sodaisy95

🧸🎈 · @sodaisy95

7th Oct 2018 from TwitLonger

second# — #ดซชานแบค


———
second#
(from your president)
: special
(chapter 25 in #ดซชานแบค)








ควันบุหรี่สีเทาหม่นถูกพ่นออกมาจากริมฝีปากบาง ท้องฟ้าสีฟ้าอ่อนตรงหน้ารวมถึงเมฆสีขาวที่กระจายเป็นริ้วอยู่ทั่วนั้น ช่างตรงข้ามกับความรู้สึกในใจเขาเหลือเกิน บางทีสิ่งที่เป็นสีเทาและหม่นหมองตอนนี้...

มันอาจจะเป็นหัวใจของบยอนแบคฮยอนคนนี้ก็เป็นได้

เขาสูบมันเข้าไปอีก อัดมันเข้าไปให้ลึกสุดลมหายใจ หวังว่ามันจะช่วยเขาจากความรู้สึกนี้ได้ ความรู้สึกที่เขาเกลียดมัน เกลียดที่ทุกอย่างเป็นแบบนี้

เกลียดทั้งตัวเอง...แล้วก็...ไม่เลย เขาไม่เคยเกลียดประธานนักเรียนคนนั้น

เมื่อวันก่อน ชานยอลยกเลิกนัดไปกินเนื้อย่างกับเขา เพราะบอกว่ามีนัดประชุมด่วนอะไรสักอย่างที่เขาไม่ได้สนใจรายละเอียด เขาไม่ใช่คนงี่เง่าอะไรเกินกว่าจะเก็บเรื่องงานที่คุณประธานนักเรียนต้องทำมาทะเลาะกัน เขาเข้าใจดีทุกอย่าง บอกด้วยว่าถ้าเหนื่อยก็พักนะ หรือไม่ก็มาหาเขา เขาทำให้คุณประธานนักเรียนได้ทุกอย่างอยู่แล้ว

แต่ร้านที่จองไว้มันก็เลื่อนเวลาไม่ได้ เรื่องนี้เขาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรอีก เขาชวนเซฮุนไปกินด้วยกันเพราะจองเอาไว้สองที่ เพื่อนตัวดีของเขามันก็ตกลงไปอยู่แล้ว ถึงจะทำเป็นพูดดีว่าแฟนไม่ว่างแล้วค่อยนึกถึงเพื่อน แต่มันก็พูดเล่นไปอย่างนั้น เพราะถ้ามันมีแฟน มันก็คงเลือกแฟนมันก่อนแล้วค่อยหันกลับมาสนใจเพื่อนคนนี้อีกที

ปกติเขากับเซฮุนไม่คุยกันเรื่องคุณประธานนักเรียน ไม่ใช่ว่าไม่ใส่ใจเพียงแต่โอเซฮุนไม่สนใจว่าเขาจะไปไหนต่อไหนกับประธานนักเรียนคนนี้เพราะมันเรื่องของเขา แต่วันนี้ที่มากินเนื้อย่างด้วยกัน มันก็ชวนเขาคุยถึงเรื่องนี้ ยิ้มแบบน่าเอาตะเกียบจิ้มสักที ถามเขาว่าที่ไปนอนบ้านคุณประธานนักเรียนทุกวันศุกร์มันเป็นยังไง

‘มึงก็ลองไปนอนกับกูสิ จะได้รู้ว่ามันเป็นยังไง’
‘ไม่ล่ะ กูยังไม่อยากนอนตายตาไม่หลับ’

ไอ้ทุเรศ เขากับปาร์คชานยอลถึงจะนอนด้วยกัน แต่อย่างมาก...เราก็แค่ช่วยกันเท่านั้น ยังไม่เคยมีอะไรลึกซึ้งต่อกัน ถ้าถามว่าทำไมพวกเขาก็ตอบได้แต่ว่าไม่รู้ เขาอยากทำ...และแววตาของชานยอลก็บอกเขาว่าอยาก แต่ลึกๆก็รู้สึกว่ามันยังไม่ใช่เวลา มันยังไม่ใช่ตอนนี้ พอต่างคนต่างคิดตรงกันแบบนั้น มันก็จบลงที่ว่า...เราคงต้องช่วยเหลือกันไปก่อน

แต่แค่นั้นเขาก็เกือบจะขาดใจตาย คุณประธานนักเรียนตอนดุเขาเรื่องอย่างว่า...มันเซ็กซี่อย่างบอกไม่ถูกเลย

เย็นวันนั้นเขากับเซฮุนไปนั่งร้านเกมกันต่อ เพราะเพื่อนต่างโรงเรียนโทรมาว่าอยากเจอ แต่เขานั่งได้สักพักก็ขอตัวกลับเพราะไม่อยากกลับบ้านมืดค่ำ ตั้งแต่มีเรื่องจนเจ็บตัวหนักครั้งนั้น พ่อก็ตั้งเคอร์ฟิวว่าเขาห้ามกลับบ้านดึกเกินหนึ่งทุ่ม ยกเว้นอยู่กับคุณประธานนักเรียน เวลาจะถูกเลื่อนเป็นสี่ทุ่มทันที พ่อเขาแสนจะไว้ใจผู้ชายคนนี้ ตั้งแต่เห็นว่าเขาคะแนนสอบดีขึ้นเพราะตั้งใจเรียนหนังสือตามคำสั่งของปาร์คชานยอล

พ่อเขาเชื่อใจ...
เขาก็เชื่อใจ...

จนตอนที่เห็นว่าเดินออกมาจากร้านขนม...กับคนที่เขาเกลียดแสนเกลียดขี้หน้า

คิมกยูริ...ประธานนักเรียนของโรงเรียนที่เขาไม่อยากจะจำชื่อ ทำไมมันถึงมาอยู่ตรงนี้

คนที่สาดความผิดทุกอย่างให้เขา ถ้าคู้กรณีอีกฝ่ายเป็นนักเรียนของตัวเอง เรื่องระหว่างเขาและเธอคนนี้จะไม่มีผิดไม่มีถูก เพราะใจของผู้หญิงคนนี้มีแต่คำว่าถูกให้ตัวเองล้วนๆ ขนาดเขา...ที่โดนแทงเพราะนักเรียนโรงเรียนนั้น เธอก็ยังบอกว่ามันเป็นความผิดของเขาทั้งนั้น ไม่เกี่ยวกับนักเรียนของเธอ ถึงแม้ว่าพวกมันจะโดนคดีไปถึงไหนต่อไหน มันก็ยังเป็นความผิดของเขาอยู่ดี

แต่ทั้งหมดนั่น เทียบไม่ได้กับที่เธอทักเขาที่หน้าร้านรองเท้าเพราะบังเอิญเจอกัน รอยยิ้มทุเรศที่เขาไม่อยากเห็นนั่นถูกส่งมาให้ รวมถึงคำพูดที่เขาแทบจะลุกเป็นไฟอยู่ตรงนั้น

‘ได้ข่าวว่ากับปาร์คชานยอล...ไปถึงไหนต่อไหนแล้วนี่’
‘...’
‘น่าตลกนะที่คนไม่ดีอย่างนาย ผู้ชายดีๆแบบนั้นเขาหันมาเหลียวแลด้วย’
‘หุบปากซะ...’
‘หรือว่านายง่ายให้เขาแบคฮยอน คนอย่างนายมันไม่น่าจะยากอยู่แล้วนี่นะ คงจะเสียอะไรต่อมิอะไรไปหมดแล้วสิท่า’
‘...’
‘สุดท้าย...ก็คงโดนทิ้ง’

เธอโชคดีที่เขามากับพ่อ ไม่อย่างนั้นมันคงไม่จบที่ว่าเธอพูดจบแล้วเดินหนีไปได้แบบนั้น มันไม่สวยแบบนั้นแน่ เพราะว่าถ้าเป็นเธอแล้ว เขาจะแกล้งทำเป็นไม่รู้ว่าเธอเป็นผู้หญิง เขาไม่สนเรื่องนั้นสักนิด ถ้าเกิดว่าเขาจะได้ทำให้เธอเจ็บบ้าง เขาไม่ใช่คนประเภทต่อปากต่อคำ การกระทำมันสำคัญกว่าคำพูดอยู่แล้ว ยกเว้นคุณประธานนักเรียนเท่านั้นที่เขาจะทำเป็นยียวนกวนประสาทเพราะเขาไม่อยากให้เจ็บ

แต่ทำไมคนที่บอกว่ามีประชุม ถึงได้เดินออกมาจากร้านขนมกับผู้หญิงแบบนั้นได้ ไอ้เรื่องที่ว่าเป็นประธานนักเรียนเหมือนกันนั้นเขารู้ แต่จงแดไปไหน เพื่อนของไอ้คนคนนี้มันไปไหน อีกหลายคนที่ควรจะอยู่ตรงนี้เค้าไปไหนกัน

‘นายมากับมันได้ยังไง ?’ เขาเลิกคิ้วถามปาร์คชานยอลทันทีที่อีกฝ่ายสังเกตเห็นเขา
‘แบคฮยอน พูดจาดีๆหน่อย’ ชานยอลปรามเขา ‘มีประชุม แล้วกลับทางเดียวกันพอดี’
‘แล้วทำไมนายต้องมากับมัน ?’
‘แบคฮยอน’
‘เอ่อ...เราขอโทษนะแบคฮยอน พอดีเรา...’
‘หุบปาก ฉันไม่ได้พูดกับเธอ’ เขาหันไปมองผู้หญิงที่ก้าวถอยหลังไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มกลับมาในแบบที่ทำเขาความอดทนต่ำลงทุกที ดูก็รู้ว่าตั้งใจกวนประสาทเขา ‘ชานยอล’
‘กลับบ้านไปได้แล้วไป ฝากนายไปส่งด้วยนะเซฮุน’
‘หมายความว่าไง ?’ เขามองหน้าประธานนักเรียนที่จ้องเขากลับมาเหมือนกัน ‘นายจะไปส่งมันเหรอ !’

ปาร์คชานยอลเดินเข้ามาใกล้เขา ก่อนจะพูดสิ่งที่เขาไม่คิดว่าจะได้ยินออกมา เขาไม่คิดเลย ไม่เคยมาก่อน...

‘อย่างี่เง่า จัดการอารมณ์ตัวเองได้เมื่อไหร่ค่อยมาคุยกัน’

งี่เง่าหรอ...
ปาร์คชานยอล...ใช้คำว่างี่เง่ากับเขาหรือนี่

“เฮ้ย ขั้นนี้เลย ?” เซฮุนที่เพิ่งเดินขึ้นมา เห็นเพื่อนสูบบุหรี่ทั้งที่เลิกไปแล้วก็นึกขำ “มีเรื่องอะไรไม่บอกกูรึเปล่า ?”
“...”
“เรื่องผู้หญิงคนนั้น”
“ก็มี...” เขาสูบบุหรี่ ก่อนจะปล่อยควันออกมาอย่างอ้อยอิ่ง “บังเอิญเจอกัน...ก่อนหน้านี้”
“...”
“แล้วบอกว่ากูคงง่าย ถึงได้ปาร์คชานยอลมา”
“อ่า...” เซฮุนที่กำลังหยิบบุหรี่ในกระเป๋ากางเกงเข้าใจทันที “แล้วไง บวกไหม กูพร้อมนะ”
“คือ...กูเลยงี่เง่าขึ้นมางั้นสินะ กูหวงคนของกูกับคนประเภทนี้ไม่ได้เลยรึไง”

เซฮุนเงียบไปเพราะกำลังจุดบุหรี่ของตัวเอง ในใจนึกขำขึ้นมาอีกครั้ง เพราะเขารู้ว่าเรื่องแค่นั้น ทำเพื่อนเขากลับมาสูบบุหรี่แบบนี้ไม่ได้หรอก

“แค่นี้ ?”
“...”
“พูดมาเถอะว่ะ ระบายออกมาบ้าง”
“เค้าเลือกผู้หญิงคนนั้น” แบคฮยอนเหม่อลอย “แทนที่จะเลือกกู”
“...”
“กูเป็นลำดับที่สอง ในชีวิตของเค้าอีกแล้วหรอวะ”

มันยากที่เขาจะจัดการกับสิ่งที่ไม่เคยจัดการได้คือความรู้สึกของเขาเอง ยิ่งมีคนอย่างปาร์คชานยอลเข้ามา คนที่ทำให้ทุกอย่างของเขาเปลี่ยนแปลงไปหมด คนที่ทำให้เขาไม่เคยจัดการความรู้สึกของตัวเองได้เลย มันแย่ไปหมด หัวใจเขา...มันแย่ไปหมด เขาไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี ลูกอมรสมะนาวเขาก็ไม่อยากกิน เพราะเอาแต่คิดว่าคนที่ให้มันไม่ได้ให้ความสำคัญกับเขาเลย สุดท้ายก็ตายรัง โซซัดโซเซกับมาหามวนบุหรี่ ที่ไม่ได้ทำให้เขาดีขึ้น แต่ว่ามัน...ก็ดีกว่าเป็นแบบนี้

ช่วงนี้โรงเรียนของเขาคนพลุกพล่าน เนื่องจากการจัดงานวิชาการที่ใกล้มาถึง มันเป็นเรื่องปกติที่ประธานนักเรียนของสองโรงเรียนต้องมาคุยกัน เขาเลยไม่อยากจะพูดอะไรมาก พูดไปก็เหมือนพูดกับกำแพง ดพราะสุดท้ายสองคนนั้นก็ต้องทำงานร่วมกันอยู่ดี เขาไม่มีวันจัดการตัวเองได้ ตราบใดที่ผู้หญิงคนนั้นยังอยู่

ถ้ารอจนกว่าทุกอย่างเสร็จไป มันคงดีกว่านี้

“ไปเถอะ”
“ไปไหน ?”
“ร้านเกม”

เขากระโดดลงจากราวระเบียง ความจริงเขาควรจะกลับบ้านเพราะมันเย็นย่ำ แต่การนอนอยู่คนเดียวที่บ้านมันทำให้เขาฟุ้งซ่าน เมื่อคืนเขาก็นอนไม่ค่อยหลับ เอาแต่คิดเรื่องที่ว่าตอนนี้เขาอยู่ตรงไหน ทั้งที่เขายืนอยู่ตรงนั้น ชานยอลกลับเลือกที่จะว่าเขางี่เง่า แล้วไปกับผู้หญิงคนนั้นแทน

เขาโกรธ...โกรธจริงๆ

เขาเดินลงมาจากดาดฟ้าพร้อมกับเซฮุน พยายามไม่คิดถึงคนที่ตอนนี้คงกำลังทำงานหนัก ถ้าไม่มีเขาไปวุ่นวายสักคน ชีวิตของประธานนักเรียนคนนี้อาจจะสบายกว่านี้ก็ได้ ไม่ต้องมาสนใจเขา ไม่ต้องมาวุ่นวาย...ไม่ต้องมายืนอยู่ตรงหน้าเขา

แบบนี้...

“แบคฮยอน”

แล้วก็เรียกชื่อเขา...แบบนี้

“แบคฮยอน”
“ฉันโกรธ”
“โกรธ ?” ชานยอลทวนคำเขา “นายทำตัวไม่ดีกับคนอื่น แล้วมาโกรธฉัน ?”
“ฉันทำอะไร ?” เขาถามกลับ “นายต่างหากที่ทำให้ฉันโกรธ !”
“คุยไม่รู้เรื่องแล้วนะ”
“งั้นก็ไม่ต้องคุย” เขาเดินผ่านประธานนักเรียนไปเหมือนไม่มีใครยืนอยู่ตรงนั้น
“แบค—”
“ฉันก็ไม่อยากคุยกับนายเหมือนกัน”

ไม่ว่าจะเมื่อก่อนหรือตอนนี้

เขาก็ยังคงเป็นคนไม่ดี ในสายตาประธานนักเรียนคนนี้เหมือนเดิม

ไม่เคยเปลี่ยนอะไรมันได้เลย





———






ชานยอลกำลังโมโห อารมณ์ในใจเขาเหมือนภูเขาไฟกำลังประทุ แต่เขาก็ต้องพยายามกดมันลงไป ดับมันให้ได้ เพื่อที่จะทำให้ทุกอย่างเรียบร้อย เป็นไปตามที่มันควรจะเป็น เขาไม่ควรจะเอาอารมณ์ขึ้นเป็นใหญ่ เขาได้แต่ท่องมันเอาไว้แบบนั้น

สองสามวันก่อนของเขากับแบคฮยอนไม่ดีเท่าไหร่ เขานัดประชุมแผนงานกับโรงเรียนที่ต้องจัดงานด้วยกัน กับประธานนักเรียนของโรงเรียนนั้น เขาเองไม่ได้สนิทอะไรด้วยมากนัก เพียงแค่รู้จักผ่านๆก็เท่านั้น ครั้งนี้ที่ได้ร่วมงานกันเขาก็ไม่ได้คิดอะไร นอกจากอยากให้งานเสร็จไปได้ด้วยดี

แต่เขากับแบคฮยอนดันผิดใจกัน เพียงแค่เพราะเขากับคิมกยูริกลับบ้านทางเดียวกัน แล้วแบคฮยอนมาเจอพอดี มันไม่มีอะไรไปมากกว่านั้น แต่แบคฮยอนก็ยังทำตัวไม่สุภาพ พูดจาไม่ดีกับเธอ การพูดจานั้นเป็นเรื่องสำคัญในสังคม ถ้าคนอื่นได้ยินแบคฮยอนพูดแบบนั้น เค้าจะคิดว่าแบคฮยอนเป็นคนยังไง เขาไม่อยากให้ใครมามองอีกฝ่ายว่าไม่ดี

เขาบอกแบคฮยอนไปว่าเอาไว้เราค่อยคุยกัน ปกติแล้วหลังจากนั้นสองสามชั่วโมงแบคฮยอนจะโทรมา แต่วันนั้นกลับไม่มีแม้แต่สายเดียว ข้อความสักข้อความก็ไม่ส่งมาหาเขา ตอนนั้นเองที่เขาเริ่มทบทวนว่าเขาทำอะไรผิดไปรึเปล่า แต่มันก็ไม่มีอะไรเลย

เขาไม่ได้จงใจกลับบ้านกับเธอ ไม่ได้ไปส่ง ไม่ได้อะไรทั้งนั้น แยกย้ายกันกลับบ้านเพราะเขาเรียกแท็กซี่หลังจากที่แบคฮยอนเดินหายไป ขนมที่เขาเข้าไปซื้อ...ก็เป็นของที่จะเอาไปให้แบคฮยอนด้วยซ้ำ เพราะเมื่อเช้าเขาได้ยินแบคฮยอนบ่นว่าอยากกินเมอแรงค์ที่ใส่อัลมอนด์ พูดให้เขาฟังว่ามันอร่อยมากขนาดไหน พอเดินผ่านร้านที่มีขาย เขาเลยนึกถึงแบคฮยอนขึ้นมา

แต่ก็ไม่ได้ให้...เพราะเรื่องที่เขาไม่คิดว่ามันจะมีอะไร มันกลับไปกันใหญ่กว่าเดิม เพราะแบคฮยอนบอกว่าไม่อยากคุยกับเขา ทั้งที่เขายอมวางทิฐิลงก่อน อยากคุยว่าทำไมเราถึงเป็นเเบบนี้ แต่แบคฮยอนกลับไม่ทำ กลับเลือกที่จะเดินหนีเขาไปแบบนั้น เลือกที่จะทิ้งเขาไว้ให้ทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งที่เขาไม่เข้าใจอะไรเลย

เขามีงานยุ่งตลอดแทบไม่ได้พัก กับแบคฮยอนเขาก็ไม่ได้คุย เขาอารมณ์ไม่ดีแต่ก็พยายามควบคุมตัวเอง พยายามเต็มที่เพื่อสิ่งที่เขาต้องรับผิดชอบ แต่มันก็ทำไม่ได้เวลาที่เขาคิดถึงแบคฮยอน คนที่ทำให้เขาโยนงานไปให้จงแดทำ อ้างว่าจะไปหาอาจารย์ แต่กลับเดินไปห้องปีสามดี เพื่อพบว่าบยอนแบคฮยอนไม่มาเรียน

ทำไมไม่มาเรียน จะทำให้เขาเป็นห่วงไปถึงไหน

จนวันนี้ที่มีสารวัตรนักเรียนมาแจ้งตอนที่เขาประชุมอยู่ ว่ากลุ่มของบยอนแบคฮยอนมีเรื่องกับนักเรียนอีกโรงเรียนที่เข้ามาเตรียมงาน ทำให้เขาต้องรีบเดินไปช่วยจัดการเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

และระงับอารมณ์โกรธในใจของตัวเองลงไป

เขาเห็นกลุ่มของแบคฮยอนยืนอยู่ ท่าทางไม่ทุกข์ร้อนใดๆทั้งนั้น บาดแผลบนใบหน้าบ่งบอกว่าทั้งหมดเป็นเรื่องจริง อีกฝ่ายที่เป็นนักเรียนอีกโรงเรียนนั้นสภาพยับเยินกว่ามาก ทั้งที่จำนวนคนไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก กยูริที่ตามเขามานั้นวิ่งแซงไปก่อน เพื่อที่จะไปดูนักเรียนของตนเองที่เจ็บหนักกว่านักเรียนของเขา

“เกิดอะไรขึ้น ?”
“มีเรื่องกัน สาเหตุยังไม่ได้” สารวัตรนักเรียนคุยกับเขา “เห็นอีกทีก็ตะลุมบอนกัน กว่าจะแยกได้ เจ็บตัวกันหลายคน”
“อาจารย์ล่ะ ?”
“ยังไม่ได้แจ้ง ประชุมกันอยู่” คนพูดหันมามองเขา “แล้วแต่นายนะ บอกด้วยละกัน”

คงเพราะว่ามีบยอนแบคฮยอน เพื่อนคนนี้เลยตามใจเขา ให้เขาตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรดี

“เราไม่ยอมนะ !” กยูริมีสีหน้าโมโห “เพื่อนเราบอกว่าอีกฝ่ายเริ่มก่อน”
“ก็ถูกล่ะ กูเนี่ยแหละต่อยมึงก่อน” เซฮุนเอาบุหรี่ขึ้นมาสูบหน้าตาเฉย
“หมายความว่าไง ?” เขามองเซฮุน มองแบคฮยอน...ที่รับบุหรี่มาจากเซฮุน
“ตามนั้น” คนกำลังจะสูบบุหรี่ไม่มองหน้าเขาด้วยซ้ำ
“พวกนายเข้าห้องปกครองกันมากี่รอบแล้ว มันไม่ได้ช่วยให้เรียนรู้ได้เลยรึไงว่าไม่ควรทำแบบนี้ !”
“แล้วไง ?”
“...”
“ทำเรื่องไม่ควรทำ มันก็เป็นสิ่งที่คนไม่ดีเขาทำกันไม่ใช่รึไง”
“...”
“จะมาคาดคั้นให้มันได้อะไรล่ะ คุณประธานนักเรียน หรือว่านายแปลกใจที่ฉันมีเรื่องกับคนอื่น เป็นคนไม่ดีแล้วทำเรื่องไม่ดีนี่...น่าแปลกใจตรงไหนนะ”
“อย่ามาสูบบุหรี่ต่อหน้าฉัน” เขากระชากมวนบุหรี่ออกจากมือของแบคฮยอน ใช้ปลายรองเท้าบี้มันจนดับ “รู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา”
“ใช่สินะ...รู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา”

เขาขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าสายตาของบยอนแบคฮยอนไม่ได้อยู่ที่เขา แต่กลับจ้องไปที่คิมกยูริที่ยืนอยู่กับเพื่อน มองทุกคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับตัวเอง

ตอนนั้นเองที่เขารู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล เขารู้ดีกว่าใครว่าทุกครั้งที่เกิดเรื่องขึ้น คนที่จะหาเรื่องให้ใครก่อนไม่มีทางเป็นบยอนแบคฮยอน ทุกครั้งที่เกิดการทะเลาะวิวาท มันก็เป็นเพราะแบคฮยอนอดทนไม่ไหว กับคำพูดของคนที่ตั้งใจกวนประสาทให้แบคฮยอนสติแตก ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ ถึงแบคฮยอนจะผิด แต่เขาก็ต้องปกป้องคนของเขาเอาไว้ก่อน

“พูดแบบนี้หมายความว่าไง ?” กยูริจ้องหน้าแบคฮยอน สีหน้าบ่งบอกถึงความไม่ยอมใคร
“เธอ—”
“กลุ่มของแบคฮยอนไม่เคยหาเรื่องใครก่อน” เขาพูดแทรกแบคฮยอน รวมถึงการก้าวไปอยู่ข้างหน้า เพื่อแสดงจุดยืนชัดเจนในเรื่องนี้ “ไม่ใช่...ในเรื่องของคำพูด”
“แต่ชานยอลก็เห็นว่าเพื่อนนักเรียนของเราเป็นยังไง มากล่าวหากันแบบนี้—”
“ฉันไม่ได้กล่าวหา แค่พูดในสิ่งที่รู้ดีอยู่แล้ว” เขาตอบโต้กลับ ก่อนจะหันมาหาแบคฮยอนที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา “พูดได้ไหม ว่าเรื่องอะไร ?”
“ไม่...”

ถ้าแบคฮยอนบอกว่าจะไม่พูด เขาเองก็เคารพการตัดสินใจนั้น แต่เขาจะไม่บอกว่าแบคฮยอนผิดหรอก

“คนทะเลาะกัน มันไม่มีใครหรอกที่อยู่ดีๆก็หาเรื่องกัน มันมีเหตุมาก่อนผลเสมอ” เขาต้องการจะจบเรื่องนี้ “ต่อให้ใครผิด ผลก็คือการทะเลาะวิวาท ถ้าเธอจะปกป้องนักเรียนของตัวเอง ฉันก็คงต้องปกป้องนักเรียนของฉันเหมือนกัน”
“...”
“เธอก็คงไม่อยากให้เรื่องมันใหญ่หรอก ใช่ไหม ?”
“นายก็ต้องเข้าข้างบยอนแบคฮยอนอยู่แล้ว ไม่รู้รึไงว่าแบคฮยอนนิสัยไม่ดีขนาดไหน ทั้งอันธพาลทั้ง—”
“ฉันรู้ดีว่าเขาเป็นยังไง”
“แล้วก็ยังจะเข้าข้างงั้นหรอคะ เจ็บกันขนาดนี้...อ๋อ หรือเพราะว่าคบกันอยู่ ก็เลยว่าอะไรไม่ได้...”
“เพราะว่าคบกันอยู่ ฉันเลยรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร อีกอย่างเรื่องที่เธอบอกว่าฉันเข้าข้าง ฉันไม่สนว่าเธอจะคิดยังไง แต่ที่นี่ไม่มีใครคิดแบบนั้น”
“...”
“ถ้าไม่ยอม ฉันเองก็จะตามเรื่องให้ถึงที่สุดเหมือนกัน เราจะรออาจารย์ลงมา แล้วค่อยคุยเรื่องนี้กันอีกที”

เขาออกคำสั่งให้ทุกคนแยกย้ายกันไปทำแผลรวมถึงจัดการตัวเองให้เรียบร้อย กลุ่มของกยูริมีสารวัตรนักเรียนตามไปดูที่ห้องพยาบาล ส่วนกลุ่มของแบคฮยอนนั้นเขาให้จงแดไปเอากล่องพยาบาลเพิ่มเติมมา แล้วไปเจอกันที่ห้องกรรมการนักเรียน เขาไม่มีทางปล่อยให้ไปทำแผลในที่เดียวกันเด็ดขาด เพราะว่ามันไม่มีทางจบลงตรงนี้อย่างแน่นอน

ต่างคนต่างช่วยกันทำแผล จุดไหนที่ทำเองไม่ได้ก็ให้เพื่อนช่วย กลุ่มของแบคฮยอนนั้นไม่มีใครเป็นอะไรมาก ใส่ยาปิดพลาสเตอร์กันก็เรียบร้อย เขาเองไม่ได้ทำแผลให้แบคฮยอน ได้แต่เดินเข้ามานั่งในห้อง คิดถึงเรื่องที่ต้องไปพูดกับอาจารย์ เขารู้ว่ายังไงต่างกลุ่มต่างก็ต้องรับผิด แต่เขาจะทำยังไงให้อาจารย์ไม่ลงโทษหนักนัก เพราะถ้ามันหนักมาก อาจจะโดนพักการเรียนหรืออะไรที่มันหนักหนาพอที่จะทำให้ไม่จบมัธยมปลายก็ได้ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เขาไม่อยากให้เกิดขึ้น

แต่เขาก็ต้องหยุดคิด เมื่อมีพลาสเตอร์ยื่นมาตรงหน้าเขา

“แปะ...ให้หน่อย” แบคฮยอนยืนอยู่ตรงหน้าเขา “ตรงนี้”

เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รับพลาสเตอร์มาจากแบคฮยอน แกะมันออกให้เรียบร้อยก่อนจะแปะไปบริเวณหางคิ้ว

“ขอบใจ”
“ไม่เป็นไร” เขาตอบรับ “กลับบ้านเถอะ บอกเพื่อนนายด้วย”
“อืม...” แบคฮยอนพยักหน้าเบาๆ “ฉัน...ที่พูดไปเมื่อกี้...”
“ช่างมันเถอะ” เขาพูดขัด หยิบเอกสารบนโต๊ะติดมือไปด้วย “ขอตัวนะ ฉันต้องไปพบอาจารย์”

เขาไม่ได้หันหลังกลับไปเลย ได้แต่เดินตรงไปข้างหน้า ทั้งที่เขาก็รู้ว่าแบคฮยอนคงจะมองตามมา ส่วนคิดอะไรอยู่นั้น...ยอมรับว่าตอนนี้เขาไม่รู้เลย

เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ สิ่งที่แบคฮยอนพูดกับเขาก่อนหน้า มันทำให้เขามีความคิดขึ้นว่า สิ่งที่เขาทำไปทั้งหมด เขากำลังทำให้แบคฮยอนไม่มีความสุขรึเปล่า

ชอบสูบบุหรี่ ชอบมีเรื่องทะเลาะวิวาท ไม่ชอบเรียนหนังสือ ไม่ชอบเล่นกีฬา สารพัดสิ่งอย่างที่มากกว่านั้น อะไรที่คิดไปก็ไม่จบสิ้น

ตรงข้ามกับเขา...ทั้งหมดนั่นมันตรงข้ามกับเขาหมดเลย

มันอาจจะมากเกินไปจริงๆ

คิมกยูริยืนรอเขาอยู่หน้าห้องปกครอง เธอมาดักรอเขารวมถึงบอกว่าต้องการจะให้เรื่องนี้จบไป ไม่อยากให้เรื่องราวใหญ่โต เพราะเธอคงรู้ว่าเขาคงเอาจริง และคงไม่ปล่อยให้มันผ่านไปง่ายๆ ไม่ว่าจะในฐานะในที่เขามีต่อแบคฮยอน เขาย่อมต้องปกป้องคนของเขาถึงที่สุด

เขารู้ว่าเธอเป็นประธานนักเรียนของโรงเรียนที่คนที่แทงแบคฮยอนเรียนอยู่ จากการที่เธอปกป้องนักเรียนของตัวเองในวันนี้ มันก็ทำให้เขารู้ว่าบางทีเธออาจจะชอบใจในการกระทำไม่ดีของนักเรียนในโรงเรียนของตัวเองก็ได้ แต่นั่นมันก็แต่ข้อสันนิษฐาน เขาไม่อยากจะปรักปรำใคร

“ถามจริงๆนะชานยอล” กยูริพูดกับเขา “คนแบบนั้นมันมีอะไรดี”
“...”
“บยอนแบคฮยอนคนนั้น”
“ฉันไม่รู้ว่าแบคฮยอนดีตรงไหน” เขาตอบออกมาจากใจ “แต่ฉันชอบทุกอย่างที่เค้าเป็น”
“...”
“นั่นแหละที่สำคัญ”

คิมกยูริรู้จักกับแบคฮยอนมาก่อน แล้วก็คงไม่ชอบกันด้วย ถึงว่าวันนั้นแบคฮยอนถึงเรียกแทนผู้หญิงคนนี้ว่ามัน ไม่ได้สุภาพเพราะเกลียดขี้หน้า กยูริเองก็เรียกแทนแบคฮยอนว่ามันเหมือนกัน แถมยังพูดว่าคนแบบนั้นมีอะไรดี บทสนทนาแบบนี้นั้นคิดเรื่องดีๆออกมาไม่ได้จริงๆ

ถึงเรื่องจะไม่ถึงหูอาจารย์ แต่เพราะว่ามีความผิด เขากับสารวัตรนักเรียนจึงคุยกันเรื่องบำเพ็ญประโยชน์ในโรงเรียน เขาบอกว่าให้บยอนแบคฮยอนกับโอเซฮุนไปช่วยงานชมรมฟุตบอล เพื่อนของเขาอีกสองคนตรงนั้นจะได้ช่วยดูแลได้ เผื่อบ้าดีเดือดขึ้นมาอีก จะได้ห้ามกันได้ทัน

แต่อย่างคยองซูคงวิ่งหนีมาฟ้องเขา ให้เขาไปห้ามแทน

“นายกับแบคฮยอน...เพื่อนฉันพูดทุกคนว่าไม่อยากจะเชื่อ ฉันก็ด้วย” เพื่อนที่เป็นสารวัตรนักเรียนพูด “เหมือนสีขาวกับสีดำ”
“ผสมกันแล้วเป็นสีเทา มันก็สวยดีนะ”
“ฉันว่านายกับแบคฮยอนก็ดี...ตอนแรกฉันห้ามแบคฮยอนไม่อยู่เลย แต่พอพูดชื่อนายแบคฮยอนก็หยุดเอง คงต้องขอบใจนายที่ช่วยให้ฉันไม่เจ็บตัวไปด้วยอีกคน”

เขาเดินแยกจากเพื่อนไปอีกทาง เพื่อไปรออาจารย์ที่ตอนนี้ประชุมอยู่ หลังจากนั้นก็เป็นหน้าที่ของเขา ที่จะอธิบายสัดส่วนแผนงานต่างๆให้อาจารย์แก้ไขและชี้แนะให้อีกที

การปรับใช้พื้นที่ของเขาดีแล้ว แต่ส่วนที่ต้องแก้ไขคือระบบเวลา อาจารย์บอกเขาว่ามันยืดเยื้อเกินไป หลายๆเรื่องที่เขาได้รับคำชม และหลายเรื่องที่เขาต้องแก้ไข เขารับฟังมันด้วยความตั้งใจเพื่อให้ทุกอย่างออกมาดี กว่าจะคุยกับอาจารย์เสร็จก็ใกล้จะสองทุ่ม อาจารย์พูดเชิงขอโทษเขาที่ทำให้กลับบ้านดึกเกินไปหน่อย แต่เขาก็ได้แต่บอกอาจารย์ว่าไม่เป็นไร

อาจารย์ถามเขาว่ากลับบ้านยังไง เขาเองก็ตอบว่าคนที่บ้านมารับ อาจารย์เลยปล่อยผ่าน บอกให้เขากลับบ้านดีๆ

ห้องกรรมการนักเรียนมีแสงสว่างลอดออกมา จงแดคงเปิดไฟเอาไว้ให้เขาก่อนจะกลับบ้าน เพราะว่าเคยมีครั้งนึงที่ไม่มีใครเปิดไฟเอาไว้ เขาเองก็กลับเข้ามาในห้อง อาศัยการชินที่ชินทางเดินเข้าไปที่โต๊ะ แต่กลับมีคนลากเก้าอี้มาวางไว้กลางห้อง เขาเลยเตะเข้าเต็มรัก เล็บนิ้วโป้งฉีกจนต้องไปทำแผลที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล

แต่วันนี้ แสงสว่างจากหลอดไฟไม่ได้ทำให้เขาเห็นเก้าอี้ แต่ทำให้เห็นคนที่กำลังนอนอยู่บนโซฟา หลับตาทั้งที่ยังขมวดคิ้วอยู่ ที่บริเวณท้องมีโทรศัพท์วางอยู่ คงจะนอนเล่นๆรอเขาแล้วหลับไป

ก็บอกให้กลับบ้านก่อน คนมันดื้อนี่มันก็ดื้อจริงๆ

เขาเลือกที่จะปล่อยให้คนดื้อนอนอยู่แบบนั้น เก็บของเสร็จแล้วค่อยปลุกแล้วกลับบ้านด้วยกัน พอเห็นแบบนี้แล้วก็นึกถึงเวลาที่เรานอนข้างกันที่บ้านของเขา เราต่างคนต่างนอนไม่ได้อะไรกันมากมายนัก แต่เวลาที่ลืมตาขึ้นมาในตอนเช้า ไม่เขาที่กอดแบคฮยอน ก็จะเป็นแบคฮยอนที่กอดแขนเขาเหมือนเป็นหมอนข้าง น้ำลายยืดใส่ต้นแขนเขาก็ทำมาแล้ว เขาไม่ได้รังเกียจอะไรหรอก มันก็น่ารักดีเวลาที่แบคฮยอนรู้ตัวแล้วทำเป็นเนียน เอาเสื้อนอนตัวเองเช็ดแขนให้เขา แล้วก็แกล้งหลับต่อ

“แบคฮยอน”

เขาลูบผมคนที่หลับอยู่ พร้อมกับเรียกชื่อเป็นการปลุก แบคฮยอนเองก็ลืมตาตื่นเหมือนรอให้เขามาปลุกอยู่แล้ว พอเห็นแบบนั้นเขาเลยถอยห่าง ให้แบคฮยอนได้จัดการตัวเอง

“เสร็จแล้ว...หรอ ?”
“อืม” เขาตอบ “ทำไมไม่กลับบ้าน”
“...” แบคฮยอนไม่ตอบเขา ทำแค่หยิบกระเป๋าแล้วลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินออกไปรอเขาข้างนอกให้เขาเดินตามไป เขาปิดไฟปิดแอร์อะไรให้เรียบร้อย เช็คความเรียบร้อยต่างๆนานา แล้วเดินออกมาล็อคประตูห้อง “ฉัน...”
“...”
“วันนี้วันพฤหัส”
“ใช่ วันพฤหัส”
“ฉันไปนอนบ้านนายได้ไหม ?” แบคฮยอนถามเขาทั้งที่ก้มหน้าอยู่ “คือฉัน...”
“ได้” แบคฮยอนไปได้อยู่แล้ว “แต่ต้องตื่นเช้าหน่อย แล้วกลับมาอาบน้ำที่บ้านนายนะ”
“อืม...”

วันนี้เราเว้นระยะห่างระหว่างกันพอสมควร ต่างคนต่างเดินต่างเปิดประตูขึ้นรถ หันหน้ากันไปคนละทาง เขาบอกคุณลุงคนขับรถว่าให้กลับบ้านเลย จากนั้นเขาก็นัดประชุมเพื่อน ทวนเวลากันอีกทีไม่ให้ลืมผ่านทางโทรศัพท์

เขาไม่ได้พูดอะไร แบคฮยอนก็ไม่ได้พูดอะไร เขาเข้าใจดีทั้งกับตัวเองและแบคฮยอน เขามีเรื่องต้องคิด แบคฮยอนเองก็มีเรื่องต้องคิด และเราก็ยังไม่พร้อมที่จะพูดมันออกมา หรือไม่ก็ไม่รู้จะพูดยังไงเหมือนที่เขารู้สึกในตอนนี้

ทั้งเรื่องที่เราพูดจาไม่ดีใส่กันตอนแรก และวันนี้ที่มันทำให้ความรู้สึกของเราแย่ลงไปกว่าเดิม

ถึงตอนที่ลงจากรถ เข้าไปทักทายพ่อกับแม่ของเขา ส่ายหน้าปฏิเสธแม่บ้านกันทั้งคู่ว่าไม่กินข้าว เราก็ยังไม่พูดอะไรกันเลย

มันเป็นเรื่องปกติที่แบคฮยอนจะเดินตามเขาขึ้นมาชั้นบนของบ้านด้วยกัน กิจวัตรของวันศุกร์ที่เรานอนด้วยกันนั้นเริ่มต้นจากการผลัดกันเข้าไปอาบน้ำ ช่วยกันทำการบ้าน เขานั่งทำงานเอกสารต่อ ขณะที่แบคฮยอนนั้นนอนดูนั่นดูนี่เรื่อยเปื่อย พอง่วงแล้วเราก็จะเข้านอน เขาเองก็ทำทุกอย่างเหมือนที่เคยทำ พอถึงห้องแล้วเขาก็วางกระเป๋า เอาโทรศัพท์และของจิปาถะต่างๆ ในกระเป๋ากางเกงวางบนโต๊ะ เพื่อที่จะได้เข้าไปอาบน้ำก่อน แบคฮยอนจะได้มาอาบต่อ

“นี่...”
“...”
“อาบด้วย...ได้ไหม ?”
“เอาสิ” เขาไม่มีปัญหา ถึงจะรู้สึกได้ว่าเรื่องของเรามันแปลกไป แต่เขาก็คิดว่าเราไม่จำเป็นต้องผลักไสกัน “เดี๋ยวเตรียมน้ำให้”

ถึงจะพูดแบบนั้น แบคฮยอนก็มายืนรอในห้องน้ำ ยืนแปรงฟันในขณะที่เขาเลือกก้อนกลมๆสีๆอะไรสักอย่างที่พี่สาวซื้อมาให้ บอกให้เขาบี้มันให้ละเอียด ผสมกับน้ำเวลาอาบ เขาเลยสุ่มหยิบมาสักอัน ผสมกับน้ำจนเข้าที ได้กลิ่นวานิลลาลอยฟุ้งเต็มห้องน้ำ

เขายืนแปรงฟันข้างแบคฮยอน เราไม่เคยอาบน้ำด้วยกันมาก่อน แต่พอได้นึกคิดว่าเรากระดากอายกันไหม ก็คงตอบได้ว่าไม่เลยสักนิด เขาเห็นทุกอย่างของแบคฮยอน แบคฮยอนเองก็เห็นทุกอย่างในตัวของเขา จะอายไปมันก็ไม่ใช่เรื่อง อีกอย่างเราก็ผู้ชายเหมือนกัน มันไม่ต่างอะไรกันเท่าไหร่หรอก

แบคฮยอนเป็นคนปิดน้ำที่เขาเปิดเอาไว้ ก่อนจะเริ่มถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกแล้วลงไปนั่งในอ่าง เขาเองก็ทำแบบนั้น ถอดเสื้อผ้าลงไปนั่งในอ่าง เรานั่งกันคนละฝั่ง หันหน้าเข้าหากัน และ...ไม่มีใครพูดอะไรอีกตามเคย

หรือบางทีเขาควรเริ่มต้นก่อน อย่างการถามไถ่ความเป็นไปในชีวิต หรือสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ แบคฮยอนเองก็นั่งรอเขา เอ่ยปากขอมานอนที่บ้าน แล้วก็ยังพูดว่าจะอาบน้ำด้วยกัน วันนี้มันคงจะถึงตาของเขาที่จะยอมลงให้แบคฮยอนบ้าง

“น้ำอุ่นพอไหม ?” เขาเลือกประโยคนี้ในการเปิดบทสนทนาระหว่างเขากับคนที่นอนหลับตาพิงอ่างน้ำอยู่
“ดีแล้ว”
“...”
“นาย...เป็นอะไร ?”
“เปล่านี่...”
“นายจะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ ว่าฉัน...ฉันทำแบบนั้นมันไม่ดีนะ หรือว่ามันทำให้ฉันเจ็บ” แบคฮยอนในเวลานี้เอาแต่มองน้ำในมือของตัวเอง “นายไม่ดุฉัน...”
“ฉันไม่รู้จะพูดอะไร นายเองก็รู้ว่ามันไม่ดีแต่ก็ยังทำ ถ้าแบบนั้นก็ไม่เป็นไรหรอก”
“คือ...ยังไง ?”
“ถ้าชอบที่จะทำแบบนั้น ฉันก็จะไม่ว่าอะไร ทั้งเรื่องทะเลาะวิวาท เรื่องสูบบุหรี่ อยากทำก็ทำ ฉันเองก็ไม่อยากบังคับนายแล้ว”
“...”
“แต่อย่าให้ใคร—”
“ไม่เอาแบบนี้” แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นมามองหน้าเขา “ขอโทษ”
“...”
“ขอโทษที่เถียง แล้วก็สูบบุหรี่ต่อหน้าทั้งที่นายไม่ชอบ ที่บอกว่าไม่อยากคุย ที่ทำไปเพราะว่าอยากจะประชด...แค่...น้อยใจ”
“น้อยใจอะไร ?” เขาสร้างประโยคถาม แต่ก็เลือกที่จะพูดต่อ “ถ้าเรื่องวันที่บังเอิญเจอกัน ฉันกลับบ้านทางนั้น เธอก็กลับบ้านทางนั้น ฉันแวะเข้าไปซื้อขนมให้นายเธอก็ตามเข้ามาด้วย แต่หลังเจอนาย...ฉันก็นั่งแท็กซี่กลับบ้าน”
“ขนม...ให้ฉัน ?” แบคฮยอนพูดอยู่ในลำคอ “ไม่ได้ไปส่ง...”
“ไม่ได้ไป ทำไมฉันถึงต้องไปส่งล่ะ ?” เขาหาเหตุผลไม่เจอว่าทำไมต้องไปด้วย “แล้วก็เรื่องที่ว่านายงี่เง่า ขอโทษเหมือนกัน ฉันไม่รู้ว่านายกับเธอรู้จักกันมาก่อน”

แบคฮยอนเงียบไป มือทั้งสองข้างถูกใช้ในการเล่นฟองสบู่ สายตาเองก็มองลงน้ำ ไม่ได้เงยขึ้นมาสบกับเขาเลย

“...ฉันมันงี่เง่าจริงๆนั่นแหละ”
“...”
“คิดอะไรเป็นเด็กเลย”
“ฉันทำให้นายคิดอะไรรึเปล่า ?” เขาตัดสินใจพูดเรื่องนี้ขึ้นมา “เรื่องของเรา ถ้านายไม่พูด ฉันก็ไม่รู้หรอกนะ”
“...”
“...”
“ฉัน...อยู่ตรงไหน ?”
“...”
“เป็นที่เท่าไร ในชีวิตของนาย...”

เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าแบคฮยอนจะถามอะไรแบบนี้ แต่ใช่ว่าเขาไม่มีคำตอบให้หรอกนะ เรื่องแบบนี้มันก็แค่ต้องตอบออกมาจากใจ ใช้ความรู้สึกในการตอบ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ทำให้เขาคิดขึ้นมา ว่าตัวเขานั้นลืมพูดอะไรหรือขาดอะไรไปในการทำให้แบคฮยอนรู้สึกดีกับเรื่องของเราในตอนนี้รึเปล่า เจ้าตัวถึงได้ถามเขาออกมาแบบนี้

“นายเป็นคนเดียวที่ฉันมี” เขาตอบบยอนแบคฮยอน “เป็นคนเดียวที่ฉันรู้สึกแบบนี้ด้วย ถ้าจะถามว่าที่เท่าไร ก็คงต้องตอบว่าไม่มี”
“เป็นคนเดียวหรอ...”
“อืม...”
“ไม่มีลำดับ...”
“ไม่มี” เขาย้ำให้แบคฮยอนแน่ใจ “ฉันชอบนายคนเดียว จะให้เอาลำดับมาจากไหน”

เพราะว่าแบคฮยอนก้มลงไปยิ้มกับฟองสบู่ เขาถึงได้ยิ้มออกมาได้เช่นเดียวกัน

“ดีใจ...”
“...”
“นายก็เป็นคนเดียวของฉันนะ คุณประธานนักเรียน”
“ฉันรู้” เขารู้มันมาตลอด “นักเรียนบยอนแบคฮยอน ปีสามห้องดี เลขที่สี่”

พอเห็นว่าแบคฮยอนเริ่มขยับเข้ามาหา เขาก็นั่งหลังตรง กางแขนออกรอรับคนที่ยิ่งใกล้ยิ่งโถมตัวเขาหาเขา รับจูบอันหนักหน่วงที่พุ่งเข้ามาด้วยความรู้สึกในใจของเจ้าตัว ไม่ปฏิเสธว่าเขาเองก็เสพติดจูบของแบคฮยอนเหมือนกัน เขานั้นรักที่จะนุ่มนวลและค่อยเป็นค่อยไป แต่บางทีที่อีกฝ่ายเป็นคนเริ่ม จูบนั้นมันจะเต็มไปด้วยความรู้สึกของแบคฮยอนผสมกับแรงอารมณ์ประมาณสามส่วนสี่ และนั่นมันก็ทำให้เขารู้สึกดีได้ไม่แพ้กัน

เพราะแบคฮยอนยกตัวขึ้น เขาเลยต้องเงยหน้าขึ้นตามเพื่อไม่ให้เราผละออกจากกัน แบคฮยอนเป็นคนผอมที่ตัวนิ่มไปหมด ครั้งแรกที่เขาได้มีโอกาสศึกษาร่างกายของอีกฝ่าย ยอมรับว่าเขาแปลกใจที่คนตัวผอมคนนี้จะนุ่มไปทุกสัดส่วนแบบนั้น

ส่วนแบคฮยอนชอบบอกว่าเขาเซ็กซี่ ได้ยินแล้วก็ปั้นหน้าไม่ถูกเหมือนกัน แต่มันก็คงเหมือนผู้ชายที่มีเซ็กส์แอพพีลสูง เหมือนแบคฮยอนที่ตอนนี้เริ่มจะไปไกลกว่าการจูบ ไถสะโพกลงไปไม่หยุด ทั้งยังแรงและเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนเขาต้องผละออกจากจูบของแบคฮยอน สั่งให้หยุดทำได้แล้ว

“ไม่...” แบคฮยอนเชิดหน้าขึ้น ยึดไหล่เขาเอาไว้ “ไม่หยุด”
“แบคฮยอน” เขาเรียกชื่อ “อย่ายั่ว...ให้มันมากนัก”
“ทำไม ?” แบคฮยอนกดจูบลงบนขมับเขา ลากไปตามใจตัวเอง “มีอารมณ์รึไงคุณประธานนักเรียน”
“ไม่มี”
“แล้วนี่...อะไร...” แบคฮยอนกำลังเล่นอะไรไม่รู้เรื่องแล้ว “ตรงนี้...”
“ถ้าจะทำก็ทำดีๆ อาบน้ำให้เสร็จแล้วออกไปทำข้างนอก”
“แล้วถ้าอยากจะทำไม่ดี...”
“แบคฮยอน”
“กลัวจัง” รอยยิ้มของแบคฮยอนทำเขาแทบจะหมดความอดทน แต่ก็ห้ามใจเอาไว้ก่อน “สั่นไปหมด...”
“บอกว่าอย่ายั่วไง”
“ทนไม่ไหวก็สารภาพมาสิ” แบคฮยอนกดจูบลงบนปากเขาแล้วผละออก “บอกมาว่าไม่ไหว อยากรักแบคฮยอนจะแย่...”
“ลุกขึ้น”
“...”
“อาบน้ำเสร็จแล้วก็ลุกไปเช็ดตัว”
“นี่ไม่มีอารมณ์จริงดิ ?”
“...”
“ให้ตายเถอะ...”

ใบหน้าเขาเรียบเฉยเหมือนคนไม่คิดอะไร แต่ตอนนี้ที่แบคฮยอนลุกขึ้นจากอ่างน้ำ หันหลังให้เขาไปหยิบผ้ามาเช็ดตัวให้หายเปียก สะโพกกลมกลึงทำเขาคิดอกุศลไม่หยุด แต่ก็ยั้งตัวเองเอาไว้ พูดในใจเรามีเวลาทั้งคืนไม่ใช่รึไง

“ฉันไม่ได้อยากสูบบุหรี่นะ” แบคฮยอนพูดกับเขา “แต่เวลาทะเลาะกับนาย...ลูกอมรสมะนาวมันโคตรแย่เลย”
“อยากสูบก็สูบได้ อย่าให้ฉันเห็นก็พอ”
“ได้ไง ?” แบคฮยอนเลิกคิ้วใส่กระจก “นายพูดให้ฉันเลิก ตอนนี้มาบอกว่าอยากสูบก็สูบ จะเอายังไง”
“ก็แล้วแต่นาย”
“แล้วแต่ฉันคือ...ซื้อลูกอมถุงใหม่ให้ด้วย ถุงเก่าจะหมดแล้ว”

เขามองแบคฮยอนเช็ดตัว เอาผ้าพันเอวตัวเองก่อนจะหันกลับมามองเขา สะโพกพิงกับเคาท์เตอร์อ่างล้างหน้า

“แล้วก็ที่มีเรื่องกัน...” แบคฮยอนเปลี่ยนประเด็นใหม่ “มันพูดเรื่องเรา ฉันทนไม่ได้”
“ก็ไม่เห็นจะทนได้สักเรื่อง”
“เออ ก็รู้ว่าทนไม่ได้สักเรื่อง ถ้ารู้แล้วก็ช่วยมาห้ามให้ไวกว่านี้หน่อย”
“ที่จริงนายจะเดินเข้ามาในห้องเลยก็ได้นะ ถึงจะต้องหยุดประชุม แต่การที่นายลงไม้ลงมือกับคนอื่น ฉันก็ต้องหยุดประชุมไปจัดการเรื่องนายอยู่ดี”
“ฉันเดินไปหานายนะ...แล้วก็คิดได้ว่าทะเลาะกันอยู่ ก็เลยเดินกลับไปต่อยมัน” แบคฮยอนยักไหล่ ก่อนจะพูดถึงเรื่องที่คนพวกนั้นทำให้โมโห “ไม่เล่านะ นายคงไม่อยากรู้”
“อืม...”
“รอนอกนะ รีบอาบซะ รำคาญ”

คงจะหงุดหงิด แต่เขาว่าตอนแบคฮยอนคิ้วชนกันมันก็น่ารักดี

ไม่นานนักเขาก็ลุกจากอ่างอาบน้ำ คว้าผ้ามาเช็ดตัวให้แห้ง ไม่รู้ว่าแบคฮยอนที่อยู่ข้างนอกจะสงบสติอารมณ์ของตัวเองได้รึยัง แต่เขาไม่ได้หวังว่ามันจะดับไปหรอกนะ เพราะว่าเขาเองก็มีมันอยู่ในร่างกายเหมือนกัน เพียงแต่ว่าเขาอยากให้มันเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น เตียงก็อยู่ข้างนอก ไปยุ่งกันดีๆตรงนั้นก็ได้ อยู่ในห้องน้ำแล้วลื่นหัวร้างข้างแตกจะทำยังไง ถึงจะนั่งอยู่มันก็ไม่ปลอดภัยหรอก

พอออกไปเขาก็เห็นแบคฮยอนยืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าเขา คงยังเลือกชุดนอนไม่ได้ วันนี้อยากใส่สีเลือดหมูแต่เขียวขี้ม้าก็ดี กรมท่าก็ได้ ยืนเลือกอยู่ยี่สิบนาทีก็เคยมาแล้ว

“ใส่สีไหนดี” แบคฮยอนถามความเห็นเขา “ช่วยเลือกหน่อยว่า—”

เขาจูบแบคฮยอนที่เหมือนจะนิ่งไปชั่ววินาที ก่อนจะจูบตอบเขากลับมา เพราะว่าครั้งนี้เขาเริ่มก่อน มันเลยเป็นอย่างช้าๆ ถ่ายทอดความอบอุ่นและความหวานผ่านริมฝีปากของกันและกัน

ทั้งที่ตั้งใจว่าจะใช้เวลาทั้งคืน แต่คนซนก็ซนอยู่วันยังค่ำ

“จะทำอะไร ?” เขาจับมือของแบคฮยอนไว้ได้ทัน “หยุดเลย”
“ผ้านายมันเกะกะ...”
“จะใจร้อนไปไหน” เขาจูบแก้มเด็กซนในอ้อมกอด
“ก็ฉัน...คิดถึงนาย”
“จะเชื่อดีไหมเนี่ย คนคิดถึงกันเขาหลบหน้ากันรึไง ?”
“ทำไม น้อยใจบ้างไม่ได้เลยหรอ ?”
“พอไปง้อก็บอกว่าไม่อยากคุย”

แบคฮยอนไม่ได้พูดอะไรนอกจากกอดเขาเอาไว้ คงกำลังรู้สึกผิดอยู่ แต่เขาก็พูดไปอย่างนั้น เราต่างคนต่างก็ผิดกันทั้งคู่ เขาไม่รู้ แบคฮยอนก็ไม่พูด

แต่ช่างมันเถอะ...เขามองข้ามรายละเอียดต่างๆได้ แค่เราได้คุยกันเหมือนเดิม ไม่ทะเลาะกันอีก

เขาดันแบคฮยอนให้เดินถอยหลังจนสะดุดลงนั่งบนเตียง แน่นอนว่าคนตัวเล็กกว่าขยับตัวขึ้นไปกึ่งกลาง ล้มตัวลงนอนให้เขาทาบทับตามลงไป โน้มตัวเขาเข้าไปจูบแบบที่ชอบทำ เพราะแบคฮยอนชอบเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ชอบทำทุกอย่างในแบบที่ตัวเองชอบ ถึงแม้ว่าตอนนี้จะนอนอยู่ใต้ร่างเขาก็ตาม

แบคฮยอนหายใจหนักขึ้นเมื่อเขาผละจูบ ลากริมฝีปากผ่านช่วงอก แบคฮยอนชอบให้ทุกอย่างหนักหน่วงเพราะบอกว่ามันถึงใจดี แต่พอเขาทำแบบที่เขาชอบทำ แบคฮยอนก็บอกว่าชอบเหมือนกันเพราะว่ามันตื่นเต้นดี มีเวลาให้ใจเต้นแรง

แต่ถ้าถามว่าชอบแบบไหนมากกว่ากัน แบคฮยอนก็จะตอบว่าชอบเขา

และมันก็ทำให้เขารู้สึกมากกว่าเดิม

เหมือนตอนนี้...

“มีอะไรกันไหม ?”

ครั้งนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่แบคฮยอนมองเขาด้วยใบหน้าแดงก่ำ แก้มแดงปลั่ง รวมถึงแววตาฉ่ำๆ นั่นด้วย

“ถามจริง ?”
“แต่เจ็บนะ” เขาขยับตัวให้ตัวเองแทรกอยู่ตรงกลาง “ฉันไม่มีถุงยาง”
“มันจะเจ็บ...สักเท่าไหร่กัน” คนพูดดันตัวเองขึ้นจากเตียง คล้องมือรอบคอของเขา “มากเท่าที่ฉัน...ชอบนายไหม ?”

ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยคิดเรื่องมีแฟนในวัยเรียน

หมายถึงตอนที่กำลังเรียนอยู่ ใช่ว่าเขาปิดกั้นอะไรที่เข้ามาในชีวิตหรอก เพียงแต่เขายุ่งสุดตัว ทั้งเรื่องเรียนเรื่องกิจกรรม แค่สองเรื่องนี้เขาก็ยังหาเวลาให้ตัวเองไม่ค่อยได้ หากจะมีเรื่องอื่นเข้ามา มันคงยากที่เขาจะจัดการมันได้ดี

แต่ที่เขาว่ากันว่า ถ้าเราอยากมีอะไรสักอย่าง เราจะหาเวลาให้มันได้เสมอ มันคงเป็นเรื่องจริงเพราะเขาเจอมันมากับตัว ไม่รู้ว่าเขาหาเวลาที่ไหนไปเที่ยวเล่นช่วงเย็นกับบยอนแบคฮยอน มีเวลานั่งมองพระอาทิตย์ตกดินที่ริมแม่น้ำ จูบแบคฮยอนที่บอกว่าการจูบกันตอนพระอาทิตย์ตกถือเป็นการสิ้นสุดวันที่ดี แต่พอเขาไปส่งที่บ้านตอนกลางคืน ก็ตรงเข้ามาจูบเขาอีก ยักคิ้วให้บอกว่าใต้แสงจันทร์มันโรแมนติกดี

คนอย่างบยอนแบคฮยอนก็รู้จักคำว่าโรแมนติกเหมือนกันนะ

ตอนเขาบอกครอบครัวว่ามีแฟน ทุกคนตกใจกันใหญ่ และตกใจมากกว่าเดิมเมื่อเป็นบยอนแบคฮยอน พี่สาวเขาดูประหลาดใจในตอนที่เจอกับแบคฮยอนครั้งแรก แต่หลังจากผ่านพ้นมื้อเย็นไป พี่เขาก็บอกว่าแบคฮยอนน่ารักดี ยิ่งตอนเคี้ยวข้าวตุ้ยๆยิ่งน่ารักมากขึ้นไปอีก พี่ถามเขาเหมือนกันว่าชอบแบคฮยอนตรงไหน เขาก็ได้แต่ส่ายหน้า รู้แค่อย่างเดียวว่าเขาชอบ ส่วนเรื่องอื่นเขาไม่รู้ รู้แค่เรื่องนี้เรื่องเดียวจริงๆ

พอมีแฟนเขาก็สนใจเรื่องรักๆใคร่ๆขึ้นมา เพราะแบคฮยอนเป็นบุคคลประเภทชอบแสดงความรักในแง่ของการกระทำ เดินรอเขาเลือกหนังสือเรียนอยู่ดีๆ ก็คว้าคอเขาไปจูบ บอกว่าเขาตอนทำหน้าจริงจังมันเท่ดี ปล่อยไว้เฉยๆไม่ได้ ช่วงแรกเขาตั้งตัวไม่ถูก แต่ตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดีแล้ว เขาไม่ได้ห้ามถ้าอยากจะจูบกัน แต่ขอให้พบกันคนละครึ่งทาง หันดูก่อนว่ามีใครอยู่ใกล้ไหม ไม่มีค่อยทำ หรือไม่ก็เก็บไว้ในใจ อยู่กันสองคนแล้วค่อยจูบเขาก็ได้

เขาเรียนรู้มาว่าเวลามีอะไรกันมันเจ็บ ตามเพศสภาพแล้วมันจำเป็นต้องมีตัวช่วย ยิ่งในครั้งแรกก็ยิ่งจำเป็นต้องมี แต่วันนี้เขาไม่มีสักอย่างที่จะช่วยบรรเทาความเจ็บให้แบคฮยอนได้ ได้แต่บอกว่าให้บอกเขา ถ้าเจ็บก็บอกกัน จะพยามยามนุ่มนวลให้มากที่สุด

เริ่มแรกเขาเตรียมความพร้อมให้ก่อน แบคฮยอนกลั้นหายใจตามเขา ก่อนจะถอนออกมาเมื่อเขาเริ่มขยับ ความร้อนและความอ่อนนุ่มทำอารมณ์เขาขึ้นสูง แต่เขายับยั้งชั่งใจตัวเองได้ เขาจะใจเย็นให้มาก รอให้แบคฮยอนบอกว่าพร้อม เขาถึงจะทำ

คนที่นอนอยู่บนเตียงส่งเสียงคราง ขอให้เขาใส่ตัวเองเข้ามา บอกกับเขาว่าทนไม่ได้แล้ว อยากถูกเขารัก อยากให้เขาดุ อยากให้เขา...ทำให้หมดแรงจนดื้อไม่ไหว เขาเองก็ไม่ขัด เพียงแต่เชื่องช้าลงเล็กน้อย หากว่าแบคฮยอนเจ็บ จะได้หยุดตัวเองได้ทัน

แบคฮยอนจิกไหล่เขาแน่น ขาทั้งสองขว้างแบออกกว้าง ส่งเสียงร้องเหมือนระบายความเจ็บปวดให้เขาได้ยิน เขาเองก็พยายามเบา อ่านสีหน้าของแบคฮยอนว่าตอนไหนควรหยุดตอนไหนควรจะไปต่อ จนกระทั่งสอดแทรกเข้าไปหมดทั้งตัว เราจึงได้กอดกันแน่นเพื่อปรับให้ทุกอย่างมันเข้าที่เข้าทาง

ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าที่เราช่วยกัน ที่แบคฮยอนช่วยเขามันก็ดีที่สุดแล้ว ตอนที่ริมฝีปากเล็กๆช่วยให้เขาไปถึงฝั่งฝันได้มันก็เป็นอะไรที่ทำให้เขามีความสุขจริงๆ แต่สิ่งนั้นมันเทียบไม่ได้เลยเมื่อเขาได้เข้าไปอยู่ในตัวตนของบยอนแบคฮยอน ได้กลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแบบนี้

การขยับในช่วงแรกนั้นฝืดเคือง แต่พอจับจังหวะได้ทุกอย่างก็เรียบลื่นขึ้น เขาค่อยเป็นค่อยไปกับแบคฮยอนที่กอดรัดเขาเอาไว้แน่น ส่งเสียงในลำคอทุกครั้งเมื่อเขาย้ำตัวเองเข้าไป ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงครางเมื่อเขาทิ้งตัวลงหนักกว่าเก่า คว้าเขาเข้าไปจูบเพื่อปิดกลั้นเสียงตัวเอง

คนโดนกระทำหลับตาเหมือนกึ่งหลับกึ่งตื่น อ้าปากเล็กน้อยเพื่อผ่อนลมหายใจ จิกเล็บลงที่หลังเขาแต่มันก็ไม่ได้เจ็บเท่าไหร่ เขารู้ว่าแบคฮยอนกำลังลอยขึ้นสูงเหมือนที่เขารู้สึก ทุกอย่างมันทั้งแน่น ทั้งร้อน บีบรัดเขาจนแทบจะทนไม่ไหว

แล้วไหนจะคำพูดของคนที่ปรือตามามองเขาที่กำลังกัดฟันตัวเองอยู่ กัดปากตัวเองให้เขาดูแล้วบอกว่าเขาตอนนี้ดีเป็นบ้า อยากโดนทำให้สิ้นฤทธิ์จะตายอยู่แล้ว บอกให้เขาแรงกว่านี้ รัก...ให้มากกว่านี้

เขาเลยเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นจนเสียงครางกลายเป็นเสียงร้อง แขนเล็กยึดคอเขาไว้แน่นเพื่อไม่ให้ตัวเองไถลไปตามแรงส่ง แบคฮยอนเลื่อนมือมาบีบไหล่เขาแน่น จับมันแล้วบีบจนเขารู้สึกเจ็บ แววตาเลื่อนลอยเหมือนกำลังอยู่บนฟ้า แผ่นอกที่กำลังหายใจเข้าแอ่นขึ้นจนสุดตัว ก่อนจะตกลงมาจากที่สูงพร้อมกับการปลดปล่อยตัวเองจากห้วงอารมณ์ที่เราสองคนสร้างขึ้น เช่นเดียวกับเขาที่กระแทกตัวตนของตัวเองเข้าไปจนสุดแรงเกิด ส่งเสียงร้องอย่างพึงพอใจที่ข้างหูของคนที่จูบที่ปลายคางของเขาเบาๆ พร้อมกับการปลดปล่อยเข้าไปในตัวของแบคฮยอน ทิ้งค้างตัวตนของตัวเองไว้แบบนั้น รวมถึงทิ้งตัวลงไปกกกอดคนใต้ร่างเอาไว้ กอดกันด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่มี

แบคฮยอนรั้งเขาไว้ตอนที่เขาคิดจะลุกขึ้น บอกเขาให้กอดเจ้าตัวเอาไว้ไม่ให้ปล่อย พอบอกว่าจะหายใจไม่ออกก็ดื้อขึ้นมาอยู่ด้านบน เล่นซุกซนด้วยการมือไม้อยู่ไม่สุข

แบคฮยอนนั่งบนตัวเขา ก่อนจะบอกว่า...หน้านายตอนเสร็จในตัวฉันมันโคตรจะเซ็กซี่ ถ้าอยากเห็นทั้งคืน...จะต้องทำยังไง

บอกว่ามีเรียน แบคฮยอนก็ไม่ฟัง บอกว่ามีงานต้องทำ แบคฮยอนก็ไม่สน เอาแต่ทำอะไรที่มันจะทำให้เขาห้ามตัวเองไม่ได้

แต่เขาก็อยากเห็น...แบคฮยอนนอนครวญครางอยู่ใต้ร่างเขาเหมือนกัน

คงต้องโทรไปลาช่วงเช้า โกหกว่าติดธุระสำคัญเรื่องบยอนแบคฮยอน ถ้ามีใครได้ยินคงคิดว่าคนที่โยกซ้ายโยกขวาอยู่บนตัวเขาตอนนี้คงไปก่อเรื่องอะไรเอาไว้ที่ไหน ให้เขาไปตามแก้ให้ไม่รู้จักจบจักสิ้น แล้วก็ก่อเรื่องจริงๆ...บนเตียงเขาเนี่ยแหละ

เขาคงต้องหักจิตพิสัยของตัวเองสักห้าสิบคะแนน

ด้วยความผิดที่ว่าเขานั้นเห็นความรัก...
สำคัญกว่าหน้าที่ของตัวเอง















———
ขอบคุณทุกคนมากนะคะ
เรื่องนี้...มันแสนจะชั่ววูบ
ได้พล็อตตอนกินเคปซี ชุดดับเบิ้ลชีสเบอร์เกอร์
ส่วนตอนพิเศษนี้ ไม่คาดคิดว่าจะแต่ง
แต่นอนตอนเย็นแล้วมันไหลมาเหมือนน้ำตา
....
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน ขอบคุณจริงๆค่ะ :)

Reply · Report Post