sodaisy95

🧸🎈 · @sodaisy95

11th Mar 2018 from TwitLonger

childhood #ดซชานแบค


Childhood
- chanbaek



ปีนี้เป็นปี 2017 ปีที่โรงเรียนประถมที่บยอนแบคฮยอนเคยร่ำเรียนมาครบรอบห้าสิบปีของการก่อตั้งโรงเรียนพอดี


ถึงแม้ว่ามันจะเป็นช่วงเวลาที่ผ่านมาเป็นสิบๆปีแล้ว แต่เมื่ออาทิตย์ก่อนแบคฮยอนได้รับสายจากซึลกิ ที่เป็นเพื่อนกันสมัยประถม ที่ทำราวกับว่าแบคฮยอนความจำเสื่อมโทรมาแนะนำตัวเสียงยาวยืดว่าเคยอยู่ห้องเดียวกันนะ ส่วนเบอร์นี้เอามาจากคยองซูเพราะว่าซึลกิเรียนมัธยมเดียวกับคยองซูที่เป็นเพื่อนสนิทคนปัจจุบันของแบคฮยอน


'อาจารย์ยอนจองคิดถึง อาจารย์บอกว่าให้ชวนนายไปงานครบรอบโรงเรียนหน่อย'


แบคฮยอนจำอาจารย์ยอนจองได้ อาจารย์ที่เป็นคนดูแลแบคฮยอนที่ขึ้นรถโรงเรียนกลับบ้านตั้งแต่อนุบาลหนึ่งถึงประถมสาม แถมยังเคยโดนตีเพราะฉี่ราดกางเกงอีกต่างหาก ไหนจะเรื่องไม่ยอมนอนด้วย เรียกได้ว่าสารพัดความเด็กของแบคฮยอนนั้น อาจารย์ยอนจองดูแลมันมาโดยตลอด


"แบคฮยอน ทางนี้ !!!" ซึลกิโบกไม้โบกมือให้แบคฮยอนที่เดินมาจากลานจอดรถของโรงเรียน มาที่หน้าอาคารหนึ่งของโรงเรียน "กังวลอยู่เลยว่าจะมามั้ย"

"มาสิ ทำไมจะไม่มาล่ะ" แบคฮยอนยิ้มกว้าง "แต่ฉันไม่รู้รายละเอียดงานเลยอ่ะ"

"ตอนเย็นมีกินเลี้ยงน่ะ เราจองโต๊ะไว้แล้ว" ซึงกิยิ้มกว้าง "เดี๋ยวรอซึงวานกับแจมินแปปนึงนะ"


แบคฮยอนจำซึงวานกับแจมินได้ดีพอๆกับซึลกิ แต่แบคฮยอนคิดถึงเพื่อนสนิทมากกว่า


"จงแดจะมาเมื่อไหร่เนี่ย ?"

"อ๋อ มันบอกว่ามันจะมาเย็นหน่อย จองที่ไว้ให้มันเลยข้างแบคแหละ"

"อีกแล้วว่ะ สายยังไงก็สายยังงั้น" แบคฮยอนบ่นกับซึลกิที่หัวเราะตามไปด้วยเพราะมันเป็นเรื่องจริง

"แบคฮยอนก็เหมือนกันแหละ น่ารักเหมือนเดิมเลยนะ" ซึลกิยิ้ม "ตอนเราเห็นที่มหาลัยนะ จำได้ทันทีเลย"

"จริงอ่ะ ?" แบคฮยอนไม่แน่ใจ "เราหล่อขึ้นนะเว้ย"

"ก็ยังน่ารักอยู่ไง แบคกี้ มอมอมอมอ ~"

"ซึลกิ !"

"ฮ่าๆ ดูดิ น่ารักเหมือนเดิมเลย"


แบคฮยอนตัดสินใจว่าจะเข้าไปหาอาจารย์ยอนจองที่เป็นครูประจำชั้นอนุบาลสองทับหนึ่งมาตลอดสิบปีแล้วเดี๋ยวจะโทรหาซึลกิอีกทีถ้าคุยกับอาจารย์เสร็จแล้วซึ่งซึลกิก็โอเค


แบคฮยอนเคยอยู่ห้องสองทับหนึ่งมาก่อน แต่มันไม่เหมือนเดิมที่เคยอยู่แล้ว สิบปีที่ผ่านไปห้องเรียนได้รับการพัฒนาจนสะดวกสบายมากขึ้น และเพียงแค่เห็นผู้หญิงที่ยืนหัวเราะอยู่ตรงนั้นกับเด็กมัธยมสองคนก็รู้สึกได้ว่าคุณครูแก่ขึ้นเยอะเลย


"...ครูยอนจองงง !!!" แบคฮยอนวิ่งเข้าไปกอดคุณครูทันทีที่ครูหันหน้ามาหากัน ซึ่งครูยอนจองก็ยิ้มอย่างยินดีแล้วลูบหัวแบคฮยอนเบาๆ

"ไม่เจอกันนานเลยนะจอมแก่น สูงเลยครูไปแล้วเนี่ย"

"ผมคิดถึงครูจังเลย คิดถึ้งงงงคิดถึง" แบคฮยอนเอาแก้มถูกับใหล่คุณครู

"แล้วนี่ไม่ได้ไปฉี่ราดที่ไหนแล้วใช่มั้ย ?"

"ครู !!!!!" แบคฮยอนหน้าบึ้ง "โตแล้วนะครับโตแล้ว"

"กอดครูดีๆก็ได้ อ้อนเป็นเด็กเลย" ครูยอนจองยิ้ม "อายน้องบ้างเนี่ย...จำน้องได้รึเปล่า ?"

"หือ ?" แบคฮยอนเพิ่งให้ความสนใจกับเด็กที่ยืนอยู่ตรงนั้น


ทั้งสองคนสูงไม่ต่างกันเท่าไหร่นักแต่กลับมีลักษณะที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง


แต่คนที่สะดุดตาแบคฮยอนคือคนที่มีรอยยิ้มกว้างๆกับตากลมโตที่คิดว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน


เหมือนมันติดอยู่ข้างใน..อยู่ข้างในใจของแบคฮยอน


"...จำกันไม่ได้เลยรึไง สองคนนี้หนิ" อาจารย์ยอนจองตีแบคฮยอนกับน้องคนนั้นเบาๆ "นั่งรถโรงเรียนด้วยกันตั้งปี ลืมกันได้ไงเนี่ย...ชานยอลก็ไม่ทักพี่เค้าเลยนะ เมื่อก่อนเอาแต่ร้องงอแงว่าถ้าพี่แบคไม่มารับผมไม่ไป..."


ถ้าพี่แบคไม่มารับผมไม่ไป...


ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น ความทรงจำในช่วงเวลานั้นก็ไหลเข้ามาสู่ความคิดของแบคฮยอนทันที


จำได้ว่าวันนั้นเป็นวันที่แบคฮยอนเปิดเทอมวันแรกของชั้นเรียนประถมศึกษาปีที่สาม แต่ก็ยังขึ้นรถโรงเรียนคันเดิมที่มีครูยอนจองคอยดูแล และที่ประจำก็ยังคงเป็นข้างๆครูยอนจองเหมือนเคย


วันนั้นมีน้องมาขึ้นรถโรงเรียนใหม่ น้องที่เอาแต่ร้องไห้ไม่ยอมพูดยอมจาที่อาจารย์ยอนจองบอกว่าชื่อปาร์คชานยอล


น้องสะอึกสะอื้นจนหน้าแดง ใครพูดอะไรก็ไม่ยอมหยุดร้องไห้ แบคฮยอนเสียสละที่นั่งให้น้องนั่งน้องก็ยังไม่หยุดร้อง จนกระทั่งครูยอนจองอุ้มเด็กชานยอลมาวางที่ตักแบคฮยอนเท่านั้นแหละ น้องถึงได้หยุดร้องไห้แถมยังทิ้งตัวลงมาพิงกันอีกต่างหาก


ตั้งแต่นั้นมาแบคฮยอนก็มีหน้าที่ใหม่คือการดูแลน้องชานยอลตั้งแต่เวลาเลิกเรียนจนถึงตอนที่น้องกลับบ้านไปสู้อ้อมแขนของแม่ เริ่มจากการไปรับหน้าห้องเพื่อไปขึ้นรถด้วยกัน บางวันก็จูงมือพาไปซื้อขนมก่อน หรือว่ามานั่งเล่นกุ๊งกิ๊งเพื่อฆ่าเวลารอกลับบ้าน และเมื่อขึ้นรถไปแล้วน้องก็จะอยู่บนตักและในอ้อมแขนของแบคฮยอนคนนี้ เป็นแบบนี้มาตลอดหนึ่งปีเต็ม


ก่อนที่แบคฮยอนจะย้ายไปเรียนประถมปลายที่อื่น


แต่ทั้งหมดทั้งมวลที่ว่ามานั้นมันเป็นความทรงจำที่เพียงแค่พูดถึงก็จำได้ทันที น้องชานยอลที่แบคฮยอนเฝ้าถะนุถนอมมาตลอดหนึ่งปีนั้น เติบโตมาเป็นเด็กผู้ชายที่ดูดีได้ขนาดนี้เชียวหรือ


ครูยอนจองบอกให้เราคุยกันไปก่อนเพราะต้องไปต้อนรับผู้ปกครองหน้าห้อง เลยเหลือเราสามคนที่มีคนนึงทำหน้ายิ้มล้อเพื่อน ส่วนอีกสองคนนั้นทำตัวไม่ถูกไปซะดื้อๆ


และสองคนนั้นคือบยอนแบคฮยอนกับปาร์คชานยอลเอง


"เดี๋ยวกูไปหาไอ้จุนฮีก่อน มึงคุยกับพี่เค้าไปนะ" เพื่อนของชานยอลพูดก่อนจะหันมายิ้มให้แบคฮยอนแล้วเดินออกไป


และตอนนี้ก็เหลือเพียงเราสองคนที่ไม่รู้จะพูดอะไรกันดี


"คือพี่..." แบคฮยอนเปิดปากพูดก่อน

"...พี่ทิ้งผม"

"ฮะ ?"

"อยู่ดีๆพี่ก็ย้ายโรงเรียน ไม่บอกผมสักคำ" ชานยอลที่ตอนนี้ตัวสูงกว่าแบคฮยอนเป็นคืบส่งคำตัดพ้อน้อยใจมาให้

"เราโกรธหรอ...พี่ขอโทษนะ" แบคฮยอนรู้สึกผิดขึ้นมา "พี่ย้ายบ้านน่ะ เพิ่งรู้ตอนปิดเทอมใหญ่เหมือนกันว่าต้องย้ายโรงเรียน"

"โกรธครับ..." หน้าของชานยอลขึ้นสีเล็กน้อย "ผมร้องไห้อยู่ตั้งอาทิตย์..."

"พี่ไม่ได้ทิ้งเรานะ พี่ขอโทษ" แบคฮยอนขอโทษจริงๆ "พี่คิดถึงเราตลอดแหละ เวลาเห็นเด็กขึ้นรถโรงเรียน"

"...เมื่อกี้พี่ยังจำผมไม่ได้เลย"

"แล้วเราจำพี่ได้หรอ ?" แบคฮยอนถามกลับไป

"จำได้ดิ พี่หน้าเหมือนเดิมเลย"


รู้สึกผิดกว่าเดิมอีก เจ้าเด็กคนนี้นี่...


"อย่าโกรธพี่นะ นะเด็กดี" แบคฮยอนยิ้มง้อเด็กตัวโตเหมือนในวันนั้นที่แบคฮยอนเอาเงินไปซื้อขนมกินตอนกลางวันจนหมด ตอนเย็นก็เลยไม่มีเงินไว้ซื้ออมยิ้มเลี้ยงน้อง

"ผมโตแล้วนะ..."

"อ้าว แล้วให้พี่ง้อไงอ่ะ" แบคฮยอนเกาหัวแกรกๆ "ก็เราโตขึ้นตั้งเยอะ ถ้าจะให้จำได้ก็จำได้แต่หูเนี่ยแหละ"

"ไม่รู้อ่ะ ผมร้องไห้ตั้งหนึ่งอาทิตย์เลยนะ พี่ย้ายโรงเรียนใหม่คงมีความสุขเลยล่ะสิ"


ก็ใช่...ยิ้มเริงร่าแถมไม่ได้ร้องไห้สักแอะ


"โอ๋...พี่ง้อหนูนะ อย่าโกรธพี่แบคเลยนะครับ" ไม่รู้แบคฮยอนเอาความกล้ามาจากไหนไปจับหูของอีกคนก่อนจะเขย่าเบาๆแบบที่ชอบทำตอนเด็ก "พี่จะเลี้ยงอมยิ้ม...เอ่อ..อยู่ปีสองแล้วหรอ โซจูสักขวดละกันนะ อย่าไปฟ้องแม่นะเว้ย"


มองจากชุดนักเรียนแล้วชานยอลคงจะเรียนอยู่ม.ปลายปีสอง เช่นเดียวกับแบคฮยอนที่ตอนนี้เรียนปีสามอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง


“พี่จะเลี้ยงผมขวดเดียวเองรึไง ?”

“อ้าว...ลังนึงก็ได้ แต่ว่าจะแบ่งๆซื้อนะ จะให้ซื้อทีเดียวพี่จะไม่มีเงินกินข้าว (;__;)”

“...แต่ผมว่าพี่ควรเอาไปซื้อนมให้ตัวเองนะ” ชานยอลยิ้มเล็กน้อย “ไม่เจอกันตั้งสิบกว่าปี พี่ไม่สูงขึ้นเลยหรอ ?”

"อ้าว...ทำไมหนูพูดแบบนี้ล่ะ" แบคฮยอนใช้มือวัดความสูงของตัวเองกับชานยอล "เรานั่นแหละ จะโตแข่งกับใคร จะตัวใหญ่ไปไหนเนี่ย"

"ตัวใหญ่ๆไว้ดูแลพี่ที่ไม่โตล่ะมั้งครับ" ชานยอลส่งยิ้มกว้างๆให้แบคฮยอน "วันนี้ผมจะดูแลพี่เอง..."

"อะไร..."

"ให้เหมือนตอนนั้นที่พี่ดูแลผมเลย"


มือของชานยอลคว้ามือของแบคฮยอนเอาไว้ก่อนจะลากออกไปจากห้องสองทับหนึ่ง ผ่านครูยอนจองที่พูดตามสไตล์คุณครูว่าให้เดินดีๆ ถึงแบคฮยอนจะไม่เข้าใจว่าชานยอลจะทำอะไรแต่ก็ไม่ได้ปล่อยมือน้องไปไหน


“งานเลี้ยงพี่นั่งกับใครครับ ?”

“ก็กับเพื่อนแหละ” แบคฮยอนตอบ “หนูจะไปนั่งกับพี่หรอ ?”

“ใช่” ชานยอลพูด “แล้วก็เพื่อนผมอีกคนนึง โต๊ะพี่ว่างมั้ย ?”

“ว่างแหละมั้ง...”


แบคฮยอนกับชานยอลมายืนกันอยู่ที่สนามเด็กเล่นที่เปลี่ยนไปมากแต่ก็ยังมีของเล่นแบบเดิมๆที่เคยเล่นเมื่อก่อน ตอนแรกก็คิดว่าจะโทรหาเพื่อนว่าไปอยู่ไหนกันแต่คิดอีกทีก็ไม่ดีกว่า


อยู่กับหนูปาร์คชานยอลก็ได้ แบคฮยอนสบายมาก


“พี่แบคนั่งชิงช้ามั้ย ผมไกวให้ได้นะ”

“นี่ ! หนูโตคนเดียวรึไง พี่ก็โตแล้วเหมือนกันนะ”

“ก็พี่ตัวเล็กเหมือนเดิมเลยอ่ะ เหมือนไม่สูงขึ้นเลย”

“จะบ้ารึไง พี่สูงกว่าตอนป.สามตั้งเกือบห้าสิบหกสิบเซ็นนะ”

“แต่ผมสูงกว่าตอนอนุบาลสองตั้งร้อยกว่าเซ็นนะ”


เออ ยอมแพ้ก็ได้ น้องหนูอาจจะกินนมเยอะ ส่วนแบคฮยอนนั้นไม่กินแตงกวา (?)


“งั้นพี่เล่นม้าหมุนมั้ย ผมหมุนให้ก็ได้”

“พี่บอกว่าโตแล้วไง เดี๋ยวตีเลย !” ถึงจะบอกว่าเดี๋ยวแต่แบคฮยอนก็ฟาดมือลงไปแล้ว

“เดี๋ยวตีอะไรของพี่เนี่ย ผมเจ็บนะ” ชานยอลบอกว่าเจ็บแต่ก็หัวเราะออกมา “ตอนนั้นผมยังตัวเท่าเอวพี่อยู่เลย ตอนนี้ทำไมพี่ตัวเท่าไหล่ผมแทนอ่ะ”


แบคฮยอนเอื้อมมือไปบิดเอวน้องหนูตัวสูงหนึ่งทีก่อนจะสายซึลกิที่โทรเข้ามา


“ฮัลโหล”

(แบคอยู่ไหนอ่ะ เราอยู่ที่โต๊ะแล้วนะ)

“อยู่สนามเด็กเล่นอ่ะ เออนี่...โต๊ะว่างมั้ย”

(ว่างๆ ว่างแค่สองที่นะ ใครจะมานั่งด้วยหรอ ?)

“น้องชานยอลอ่ะ จำได้ไหม ?”

(จำด้ายยย หนูชานยอลของพี่แบคอ่ะนะ ใครเรียนสามทับสองจำได้ทุกคนแหละ)


เออ ก็คนมันไม่มีน้องชาย มีแล้วก็ต้องเห่อป่ะวะ ?


“เออ เดี๋ยวน้องไปนั่งด้วย เพื่อนน้องอีกคนนะ”

(โอเคๆ)


แบคฮยอนวางสายจากซึลกิก่อนจะหันมาคุยกับหนูชานยอลที่กำลังยืนหมุนม้าหมุนเล่นอยู่แบบคนไม่มีอะไรทำ


“...แล้วนี่เป็นไงบ้าง หล่อๆแบบนี้มีแฟนรึยัง ?”

“ไม่มีหรอก”

“หูยยย หนูบอกพี่ได้นะ พี่สัญญาว่าจะไม่ล้อ แต่ว่าต้องเอารูปให้ดูด้วยนะ”

“ก็บอกว่าไม่มี พี่นี่...” ชานยอลทำท่าจะตีแบคฮยอนที่ย่นคอใส่ทันที “แล้วพี่อ่ะ มีแฟนรึยัง ?”

“ไม่มีอ่ะดิ วันๆทำแต่งาน พี่จะแต่งงานกับอาจารย์ที่คณะอยู่ล่ะ เจอกันทุกวันเลยเนี่ย” แบคฮยอนบ่นกับชานยอลที่หัวเราะออกมาทันที “แล้วเราเรียนเป็นยังไงบ้าง น้องหนูของพี่เกเรรึเปล่าเนี่ย ตอนบอกจะเลี้ยงโซจูไม่อิดออดเลยนะ”

“ผมเป็นผู้ชายนะพี่ ของแบบนี้มันก็เรื่องปกติป่ะ ?” ชานยอลตอบแบคฮยอน

“ก็ใช่แหละ พี่ก็กินตั้งแต่อยู่ม.ปลายปีหนึ่งล่ะ เรื่องธรรมดาเนอะ”

“แล้วนี่พี่ยังไม่ชอบกินผักอยู่รึเปล่า หรือว่ากินได้หมดทุกอย่างแล้ว ?”

“ก็...บางอย่างก็กินไม่ได้อ่ะ พี่ยังเหม็นแตงกวาเหมือนเดิมเลย” แบคฮยอนตอบ “แล้วเราล่ะ กินผักเก่งแล้วล่ะสิ”

“ผมก็กินได้ทุกอย่างแหละ จะได้กินแทนพี่เวลาพี่ไม่กินไง”

“โหยย น้องใครทำไมน่ารักจัง” แบคฮยอนดึงแก้มหนูชานยอลหนึ่งที “ไปที่โต๊ะกันดีกว่า โทรตามเพื่อนด้วยนะ”


ชานยอลเอื้อมมือมาจับมือแบคฮยอนไว้ตอนที่เราเดินไปบริเวณลานเอนกประสงค์ของโรงเรียนที่มีการตั้งโต๊ะเพื่อจัดงานกินเลี้ยง พอได้จับมือกันแบบนี้ก็นึกถึงตอนนั้นที่แบคฮยอนชอบเดินจูงมือน้องไปทั่ว พาไปเล่นตรงนั้นทีตรงนี้ที ถึงขั้นแบกขึ้นหลังไปเล่นที่ห้องป.สามทับสองก็เคยมาแล้ว


แต่ตอนนี้มือน้องใหญ่มาก ถ้ามือน้องเป็นทะเลมือแบคฮยอนคงเป็นเหมือนก้อนหินที่จมลงไปอยู่ใต้พื้น


น้องโตขึ้นมากจริงๆ ไม่ใช่หนูชานยอลอนุบาลสองของแบคฮยอนอีกแล้ว


“โห....น้องชานยอลหรอนั่น !” ซึลกิตกใจ “ทำไมน้องสูงขนาดนี้อ่ะ”

“น้องโตไงซึลกิ น้องอยู่ม.ปลายปีสองแล้วนะไม่ใช่อนุบาลสอง”

“เออ...ลืม” ซึลกิยิ้มแห้งๆ “ตามสบายเลยนะ”


แบคฮยอนเว้นที่ข้างซ้ายไว้ให้จงแด ส่วนข้างขวานั้นเป็นชานยอลที่มีเพื่อนคนเดิมย้ายโต๊ะจากอีกโต๊ะนึงมานั่งด้วยกัน


“เราไปนั่งกับเพื่อนก็ได้นะ”

“ไม่อ่ะ ผมจะนั่งกับพี่”

“ให้มันนั่งนี่เถอะพี่ มันนะเพ้อล่วงหน้ามาตั้งเดือ....โอ้ย !!”


แบคฮยอนอ้าปากค้างเมื่อเห็นชานยอลเอามือตีปากเพื่อน


“หนูไปตีเพื่อนทำไม ?”

“พูดมาก รำคาญ...หุบปากไปเลย”

“อะไรวะ...แซวก็ไม่ได้” เพื่อนของชานยอลจับปากตัวเองเบาๆก่อนจะหันมาแนะนำตัวกับแบคฮยอน “ผมชื่อเซฮุนนะครับพี่ เป็นเพื่อนไอ้ห่านี่มาตั้งแต่ประถมล่ะ ผมก็เรียนที่นี่นะแต่ว่าเข้ามาตอนป.หนึ่งอ่ะ ก็เลยไม่เจอพี่”

“พี่ชื่อแบคฮยอนนะ เรียนที่นี่ถึงป.สามอ่ะ” แบคฮยอนแนะนำตัวกลับ “ชานยอลเป็นไอ้ห่าเลยหรอ น้องพี่น่ารักจะตาย”

“เหมือนร่างสองอ่ะพี่ พูดถึงพี่ทีไรเหมือนกลายร่าง...โอ้ย !!! มึงจะฆ่ากูรึไง” เซฮุนโดนประทุษร้ายเป็นรอบที่สองของวันโดยฝีมือของชานยอล

“กูบอกให้มึงหุบปากไง”

“พูดถึงพี่ทำไมเหรอ ?” แบคฮยอนอยากรู้ “มีอะไรอ่ะชานยอล”

“ไม่มีอะไรหน่าพี่ ไอ้นี่มันก็พูดไปงั้นแหละ”

“วอทซับบบบบ !” เสียงทักทายขัดบทสนทนาทำให้แบคฮยอนหันไปมองเพื่อนสนิทสมัยประถมที่ยังคงติดต่อกันอยู่เดินมานั่งข้างๆกัน

“จงแด !!!!”

“ตกใจไรวะ เมื่อเดือนที่แล้วเพิ่งเจอกัน”

“อะไรวะ มึงทำไมไม่มีอารมณ์ร่วมกับกูเลยเนี่ย” แบคฮยอนหน้าบึ้งใส่จงแดที่ผลักหัวเพื่อนตัวดีหนึ่งทีก่อนจะหันไปมองคนที่นั่งถัดจากแบคฮยอนไป “ใครอ่ะ ?”

“น้องชานยอล” ซึงวานตอบแทน

“เห้ย ! จริงป่ะ” จงแดตกใจ “เด็กสมัยนี้ทำไมโตเร็วงี้วะ ?”

“เดี๋ยวๆ มึงทำเหมือนห่างกับน้องเค้าเป็นสิบปี” แจมินด่าจงแดที่ยังคงจ้องชานยอลสลับกับเซฮุนด้วยหัวข้อว่าเด็กสมัยนี้มันโตเร็ว

“ไอ้แบคบ่นถึงชานยอลทุกครั้งที่เห็นเด็กเดินผ่านหน้าอ่ะ กูดีใจแทนมึงนะที่ได้เจอสักที” จงแดหันมาแสดงความยินดีกับแบคฮยอนที่พยักหน้าหงึกหงักกลับไป

“...พี่คิดถึงผมจริงๆหรอ ?” ชานยอลเอียงหน้ามากระซิบข้างหูแบคฮยอน

“ก็ใช่น่ะสิ พี่ไม่ได้ลืมเราจริงๆนะ” แบคฮยอนยีหัวน้องหนูไปที “พี่จะลืมได้ไง...”

“นั่นสิ มันรักของมันจะตาย ใครแตะไม่ได้เลยนะนั่น” จงแดยังพูดถึงแบคฮยอนไม่เลิก “เห็นเด็กเดินผ่านหน้าก็จะบ่นขึ้นมาล่ะ คิดถึงชานยอลเนอะ คิดถึงชานยอลจัง น้องชานยอลจะเป็นไงบ้างนะ โตมาแล้วหน้าตาเป็นยังไงก็ไม่รู้”


ขอขอบคุณเพื่อนอย่างจงแด แบคฮยอนภูมิใจมากที่มีเพื่อนอย่างมันก็วันนี้แหละ เพราะว่าน้องชานยอลยิ้มจนไม่รู้จะยิ้มยังไงแล้วนั่น


“พอกันแหละพี่ ถ้าได้เจอพี่แบคฮยอนนะ ถ้าพี่แบคฮยอนเห็นกูตอนนี้นะ ถ้าพี่แบคฮยอนอย่างั้นถ้าพี่แบคฮยอนอย่างงี้ นอกจากแม่มันก็พี่แบคฮยอนเนี่ยแหละผมว่า คนเรามันฝังใจอะไรปานนั้น”

“มึงไม่มีไง มึงไม่รู้หรอก” ชานยอลยักไหล่ใส่เซฮุนไปหนึ่งที


แต่ตอนนี้แบคฮยอนไม่รู้อะไรทั้งนั้น รู้แต่ว่ามือก้อนหินของแบคฮยอนกำลังจมลงไปในทะเลของน้องหนูชานยอลอีกแล้ว มือของเราจับกันอยู่ใต้โต๊ะแล้วก็ไม่มีใครสนใจพอที่จะสังเกตเห็นมัน


เขินน้องอ่ะ ทำไมหนูชานยอลทำกับพี่แบคแบบนี้ มาจับมือพี่ทำไม (¯▽¯;)


“พี่ไม่น่าย้ายบ้านเลย ไม่งั้นคงได้โตไปพร้อมเราล่ะ” แบคฮยอนรู้สึกผิดจริงๆ

“คิดดูอีกทีก็ไม่เป็นไรนะ ตอนประถมผมอ้วน ให้พี่เห็นผมตอนนี้แหละดีแล้ว”

“อ้าว...แล้วถ้าไม่ได้เจอกันล่ะ ?”

“ตอนนี้ก็เจอกันแล้วนี่” ชานยอลบีบมือแบคฮยอนเบาๆ “...พี่ห้ามปล่อยมือผมเลยนะ”

“อื้อ...”


แบคฮยอนยกมือซ้ายขึ้นมาเกาแก้มแก้เขินขณะที่เพื่อนๆก็คุยเล่นสนุกกันไปตามประสาคนไม่ได้เจอกันนาน


งานเลี้ยงครบรอบห้าสิบปีของโรงเรียนประถามเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว ครูใหญ่ของโรงเรียนพูดเปิดงานก่อนจะที่พิธีกรจำเป็นในวันนี้คือคนที่แบคฮยอนจำได้ว่าเป็นรุ่นพี่ป.หกตอนที่แบคฮยอนอยู่ป.สาม รุ่นพี่พูดถึงการแสดงจากเด็กๆมากมาย แต่แบคฮยอนไม่ค่อยได้ฟังเท่าไหร่


ก็น้องชานยอลอ่ะ กวนกันตลอดเลย !!


“พี่แบคฮยอนครับ...”

“ว่าไงหนูลูก...”

“ไม่มีอะไรครับ”


ห้านาทีต่อมา


“พี่แบคฮยอน...”

“จ๋า ?”

“เปล่าครับ ไม่มีอะไร”


อีกห้านาทีถัดมา


“พี่แบคฮยอนครับ...”

“ครับ ?”

“: )”


อะไรของน้องหนูชานยอล หนูกลัวลืมชื่อพี่เหรอลูก


“หนูเรียกพี่ทำไมหลายรอบเนี่ย มีอะไรบอกพี่ได้นะ”

“...ผมเรียกร้องความสนใจครับ”

“...”

“พี่ไม่สนใจผมอ่ะ”

“พี่จะมือหนูอยู่นี่ไง จับมาจะชั่วโมงแล้วทำไมบอกพี่ไม่สนใจ” แบคฮยอนอยากตีเด็ก “ให้พี่ตักไก่ให้มั้ย ?”

“ครับ” ชานยอลยิ้มรับไก่ผัดซอสที่แบคฮยอนตักให้ ในขณะที่ตัวเองก็ตักปลาใส่จานแบคฮยอนด้วย “พี่กินนี่นะ..”

“โอ้ย...ไม่ป้อนกันเลยล่ะ” เซฮุนไม่ได้ว่าพี่แบคฮยอนแต่ว่าชานยอลที่สีหน้าดูมีความสุขเหลือเกิน

“อย่าท้า เล่นเกมก็เล่นไปดิไม่ต้องกวนกู” ชานยอลหันไปสนใจเซฮุนแค่สิบวินาทีก่อนจะหันมาหาแบคฮยอน “พี่เอาข้าวผัดมั้ย ผมตักให้นะ”

“ตักให้พี่ด้วยดิ พี่อยากกินเหมือนกัน” จงแดอยากกินด้วย


เพราะเหตุนั้นมือก้อนหินของแบคฮยอนจึงลอยขึ้นมาเหนือห้วงทะเลลึกได้อีกครั้งเพราะชานยอลจำเป็นต้องปล่อยมือ แต่ว่าแบคฮยอนก็อยากจมนะ ไม่อยากลอยขึ้นมาหรอก .____.


“เห็นน้องๆเต้นแล้วนึกถึงวันคริสมาสต์เลยอ่ะ ที่เรากินเลี้ยงกัน” ซึลกิพูดถึงสมัยเด็กๆ “ตอนที่เรามาร้องเพลงจิงเกอร์เบลล์ จิงเกอร์เบลล์...”

“เออ ใช่ๆ ซานต้าคลอสอิสคัมมิ่งทูทาวน์ด้วย ยังร้องได้อยู่เลยเนี่ย”

“....พี่แบคฮยอน” ชานยอลเรียกแบคฮยอนอีกแล้ว

“ว่าไงครับ ?”

“พี่จำได้มั้ยว่าวันคริสมาสต์นั้นพี่ให้อะไรผมอ่ะ”

“พวงกุญแจไง รูปหมีเท็ดดี้ “ แบคฮยอนจำมันได้ดี “ พี่เก็บเงินตั้งสองเดือนแน่ะ”

“ผมยังเก็บไว้อยู่เลยนะ แต่ว่าเอาไว้ที่โต๊ะทำการบ้านอ่ะ ผมไม่อยากพก กลัวมันหาย”

“ที่จริงมันก็ไม่ได้แพงอะไรขนาดนั้นนะ แค่ตอนนั้นพี่จน....หนูเอามาใช้ก็ได้นะ แต่ถ้ามันดำหนูก็ทิ้ง หายก็ไม่เป็นไร”

“ไม่เป็นไรได้ไง มันเป็นของชิ้นแรกที่พี่ซื้อให้ผมนะ”

“ก็นี่ไง....เดี๋ยวพี่เหมาร้านให้เลย อยากได้อันไหนหยิบได้เลยพี่มีเงินแล้วตอนนี้อ่ะ” แบคฮยอนบอกชานยอล “พี่จะซื้อให้เยอะๆเลย เราจะได้มีเก็บไว้หลายๆอันไม่กลัวหายไง”

“...ผมซื้อของมาให้พี่ด้วยนะ”

“จริงอ่ะ ?” แบคฮยอนตาโต “เออ...หนูก็โตแล้วนี่หน่า มีเงินแล้วอ่ะดิ”

“พี่นี่...” ชานยอลหยิบของออกมาจากกระเป๋ากางเกง “มันอาจจะเก่าไปหน่อย ผมซื้อไว้ตั้งนานแล้วอ่ะ”


ถุงกระดาษสีครีมถูกส่งให้แบคฮยอนที่รับไปเปิดดูทันที


“พวงกุญแจ....หมาหรอ” แบคฮยอนหรี่ตาใส่ชานยอล “หนูว่าพี่ทางอ้อมรึเปล่าเนี่ย”

“เปล่าสักหน่อย ผมเห็นแล้วคิดถึงพี่อ่ะก็ซื้อเก็บไว้” ชานยอลพูด “ตั้งแต่ตอนอยู่ม.ต้นปีสามแล้ว”

“ขอบใจน้า...พี่จะเอาไปห้อยกุญแจบ้าน” แบคฮยอนหยิบกุญแจออกมาใส่พวงกุญแจตอนนั้นเลย “พี่ไม่ได้ซื้ออะไรมาให้เราเลยอ่ะ”

“พี่มาก็พอแล้ว” ชานยอลตักข้าวให้แบคฮยอนอีกทัพพี “กินเยอะๆนะ พี่ตัวเล็กมากเลย”

“งั้นชานยอลไม่ต้องกินนะ ตัวใหญ่แล้ว” แบคฮยอนหัวเราะ “ให้พี่กินแทนนะ จะได้ตัวเท่าๆหนูไง”

“งั้นไม่เอาอ่ะ ไม่ให้กิน” ชานยอลแย่งตะเกียบจากแบคฮยอนไปหนึ่งอัน “พี่ต้องตัวใหญ่แบบด้านข้างอ่ะ จะได้ตัวนิ่มๆเหมือนตอนเด็กๆ”

“พี่คงไม่ต้องกินแล้วถ้างั้น พี่ออกข้างอย่างเดียวเลยตอนนี้” แบคฮยอนหัวเราะเล็กน้อย “พุงพี่ใหญ่ขนาดไหนหนูไม่...โอ้ย !!”


น้องชานยอลบีบพุงแบคฮยอน บีบพุง !


“หนู !!!”

“นิ่มว่ะ”

“นิ่มว่ะอะไรเล่า เดี๋ยวตีเลย !!”

“ถ้าผมกอดพี่นะ ต้องนิ่มทั้งตัวแน่เลย”


แบคฮยอนกำลังอ้าปากจะเถียงแต่กลับพูดอะไรไม่ออกซะอย่างนั้น เพราะอาการที่เรียกว่าเลือดขึ้นหน้านั่นแหละ แต่ไม่ได้โกรธนะ...หนูทำพี่เขินทำไม...แล้วนี่พี่เขินหนูทำไมเนี่ย !!


“...พี่ไม่ชอบให้พูด...”

“ไม่ๆๆ พูดได้ๆ” แบคฮยอนแก้ไขสถานการณ์ทันทีเมื่อเห็นสีหน้าไม่ดีของชานยอล “ไม่กินข้าวอยู่ให้กอดไปแล้วเนี่ย”

“ผมว่ากินอยู่ก็กอดได้นะ...”

“...ไม่เอานะ” แบคฮยอนอ้อมแอ้ม “พี่เขิน .___.”


ชานยอลอดยิ้มกว้างออกมาไม่ได้กับประโยคของรุ่นพี่ตัวเล็กคนนี้


“แอ่ะ !”

“แอ่ะอะไรของหนู โตแล้วจะล้อพี่ยังไงก็ได้หรอ ?”

“ทำอย่างอื่นก็ได้ด้วยนะ ทำได้เยอะเลย”


เด็กนิสัยไม่ดี ตอนนั้นยังบอกพี่แบคงับ ซื้ออมยิ้มให้หน่อยอยู่เลย


“สองคนนี้เหมือนสนิทกันมานานเลยอ่ะ เหมือนติดต่อกันตลอดเลย” ซึงวานมองแบคฮยอนกับชานยอลเล่นกัน

“อาจจะไม่ได้เจอกันมาเป็นสิบปี แต่ก็ยังสนิทใจกันอยู่ไง” ซึลกิยิ้มแย้ม “แต่เหมือนน้องจะเลี้ยงแบคแทนแล้วอ่ะ”

“เออ เห็นด้วย” จงแดคีบไก่เข้าปาก “ไอ้แบคตัวเท่าลูกหมา ส่วนน้องชานอ่ะยักษ์ไททัน”


แบคฮยอนไม่ได้ยินที่เพื่อนคุยกันหรอก เพราะว่าน้องชานยอลงอแงใส่ไม่ยอมหยุดเลย


“หนูนี่...โตแต่ตัวหรอเนี่ย” แบคฮยอนว่าเด็กโข่งตัวยักษ์ที่เอาแต่อ้อนกัน “อายเซฮุนบ้างเนี่ย”

“ไม่” ชานยอลไม่อาย “พี่ขยับเก้าอี้ห่างผมทำไมอ่ะ ?”

“ก็เมื่อกี้พี่ไปถ่ายรูปกับเพื่อนไง” แบคฮยอนขยับเก้าอี้ตัวเองให้ติดกับชานยอล “นี่ไง ชิดแล้วไม่งอแงนะ”

“ก็ได้....ผมน่ะ...”

“ชานยอล...เราขอถ่ายรูปด้วยหน่อยได้มั้ย ?”


มีน้องผู้หญิงกลุ่มนึงเดินมาที่โต๊ะก่อนจะเอ่ยปากขอชานยอลถ่ายรูป ซึ่งน้องหนูคนดีของแบคฮยอนก็ลุกขึ้นไปถ่ายด้วยตามที่เพื่อนขอ ซึ่งพอไม่มีชานยอลคั่นแล้วแบคฮยอนก็ส่งยิ้มให้เซฮุนที่นั่งอยู่ถัดไปอย่างเป็นกันเอง


“...ผมดีใจแทนมันนะที่ได้เจอพี่วันนี้น่ะ” เซฮุนยิ้มกว้าง “เมื่อเช้ามันเหมือนคนบ้า เรียนอะไรไม่รู้เรื่องสักอย่าง”

“พี่ก็ดีใจที่ได้เจอเพื่อนเรานะ...ว่าแต่ทำไมถึงเรียนไม่รู้เรื่องล่ะ ?”

“ก็เพราะว่ามันรู้ว่าเย็นนี้จะได้เจอพี่ไง มันโทรมาถามครูยอนจองทุกวันแหละว่าพี่จะมารึเปล่า พี่จะมาแน่ๆใช่มั้ย...พออาจารย์บอกว่าพี่ตกลงแล้วว่าจะมาแน่ๆนะ นู่น...วิ่งไปตะโกนบอกรักพี่บนดาดฟ้านู่น”


แบคฮยอนหัวเราะไปกับเรื่องที่เซฮุนเล่า พลางคิดในใจว่าถึงแบคฮยอนจะคิดถึงชานยอลมาก แต่มันดูเหมือนว่าจะไม่ถึงครึ่งที่ชานยอลคิดถึงกันเลย


“มันรอพี่มาตลอดเลยนะ ผมขอบคุณพี่จริงๆที่ยังไม่ลืมมันเหมือนกัน”


แบคฮยอนหันไปมองชานยอลที่ยืนถ่ายรูปอยู่กับเพื่อนๆที่เดาว่าคงเป็นสมัยเรียนอนุบาลแล้วอดยิ้มออกมาเสียไม่ได้ เค้าต่างหากที่ต้องขอบคุณชานยอล ขอบคุณที่ตอนนั้นมีเรื่องมากมายให้ได้จดจำ แต่น้องกลับเลือกที่จะจำกันไว้และไม่ปล่อยให้มันเลือนหายไปตามกาลเวลา


พี่ก็ไม่ได้ลืมเรานะ พี่เองก็คิดถึงเราตลอดเวลาเหมือนกัน


“ไงสุดหล่อ ไปเดินเล่นกันมั้ย ?” แบคฮยอนยิ้มให้ชานยอลที่เดินกลับมาที่โต๊ะ “ไปเดินเล่นกับพี่แบคมั้ยหนู ?”

“ไป” ชานยอลยิ้มกว้าง “อะไรของพี่อ่ะ ทำไมต้องยิ้มแบบนั้น”

“เปล่าสักหน่อย” แบคฮยอนลุกขึ้นยืน “ไปๆ ไปเดินเล่นกัน”

“มึงลุกไปนี่กูกับน้องเซฮุนฟาดกับข้าวเกลี้ยงจานเลยนะ” จงแดบอกแบคฮยอนที่บอกว่ามึงจะกินหมดมึงก็กินไปเลยก่อนจะเดินไปกับน้องชานยอลที่ดูเหมือนวันนี้จะใช้รอยยิ้มเปลืองมากเป็นพิเศษ


บริเวณสวนหย่อมของโรงเรียนไม่มีผู้คนเท่าไหร่เพราะทุกคนไปรวมตัวกันอยู่ที่ลานเอนกประสงค์หมดแล้ว ท้องฟ้าในยามค่ำคืนที่วันนี้ส่องสว่างเพราะพระจันทร์ที่เกือบเต็มดวงนั้นทำให้เราสามารถมองเห็นได้ถึงคนสองคนที่ยิ้มอย่างยินดีในช่วงเวลาที่ได้จับมือแล้วเดินไปพร้อมๆกัน


“เซฮุนบอกพี่...บอกว่าเมื่อเช้าหนูเรียนไม่รู้เรื่องเพราะว่าวันนี้จะได้มาเจอพี่เหรอ ?”

“...”

“เงียบทำไมมมมมม ?”

“...มันเล่าอะไรให้พี่ฟังบ้างเนี่ย”

“ไม่ได้เล่าอะไรเลย แต่เล่าว่าเราไปตะโกนบอกรักพี่บนดาดฟ้านะ”


แบคฮยอนได้ยินเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่จากชานยอล


“ทำไมล่ะ พี่ก็รักเรานะหนูชานยอลของพี่” แบคฮยอนหัวเราะเสียงดัง

“รักของพี่กับรักของผมไม่เหมือนกันสักหน่อย...”

“ทำไมจะไม่เหมือนล่ะ พี่รักหนูจริงๆนะ”

“พี่รักผมเพราะเอ็นดูใช่มั้ยล่ะ ผมไม่ได้เอ็นดูพี่สักหน่อย”

“แน่สิ หนูจะมาเอ็นดูพี่ได้ไง พี่แก่กว่านะ” แบคฮยอนยิ้มกว้าง “...ตอนเด็กก็น่ารักโตมาก็หล่ออีก พี่ล่ะภูมิใจ๊...ภูมิใจ”


ชานยอลไม่พูดอะไรนอกจากบีบมือของแบคฮยอนที่พูดไม่หยุดเบาๆ


“หนูรอพี่มาตลอดเลยหรอ ?”

“...ผมก็ไม่รู้หรอกว่าตัวเองรอพี่อยู่ แต่ไม่มีวันไหนที่ผมไม่คิดถึงพี่เลยนะ” ชานยอลพูดความจริง “ผมคิดว่าพี่จะเป็นยังไง จะหน้าตาเป็นแบบไหน จะจำผมได้ไหม จะเหมือนเดิมรึเปล่าถ้าเจอกัน พี่จะมีใครรึยังหรือว่าไม่มี....”

“...”

“พี่จะเหมือนเดิม.....เหมือนกับที่ผมยังเหมือนเดิมรึเปล่า”

“...พี่ก็รอหนูมาตลอดนะ พี่คิดถึงหนูมากเลย”


สิ้นประโยคของแบคฮยอน คนเป็นพี่ที่ตัวเล็กกว่าถูกดึงเข้าอยู่ในอ้อมกอดของคนเป็นน้องที่ตอนนี้เติบโตขึ้นมากกว่าวันแรกที่เจอกัน เราเคยกอดกันมาก่อนในวันวาน วันที่แบคฮยอนนั่งลงให้ตัวเองตัวเท่าน้องก่อนที่เราจะกอดกัน แต่ในวันนี้กลับเป็นแบคฮยอนที่จมอยู่ในอกของน้องแทน


เหมือนของเราที่จับกันไว้ แบคฮยอนเหมือนกำลังจะจมน้ำ หายใจไม่ออกในแบบที่มีความสุข


"ผมดีใจนะที่ได้รู้จักพี่ มันเป็นหนึ่งในปีที่ดีที่สุดในชีวิตของผมเลย"

“...”

"ที่ผมมางานนี้เพราะหวังว่าจะได้เจอพี่อีกครั้ง...ตอนที่ผมเห็นพี่ ผมกลัวมากว่าพี่จะลืมผม กลัวว่าพี่จะลืมไปแล้วว่าครั้งหนึ่งพี่เคยบอกว่าพี่จะดูแลผมไม่ให้ใครมาทำให้ผมร้องไห้อีก"

“...”

"แต่ตอนนี้ผมโตแล้วนะ โตพอจะดูแลพี่ได้แล้วด้วย" ชานยอลกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น "พี่ว่าผมพอจะมีโอกาสได้ดูแลพี่บ้างมั้ย ?"


แบคฮยอนเพิ่งเข้าใจถึงคำที่น้องบอกว่ารักของน้องกับรักที่แบคฮยอนมีมันไม่เหมือนกันหรอก


น้องรักแบคฮยอน...ในแบบที่ผู้ชายคนนึงจะรักได้


"...พี่ไม่มีโอกาสให้ชานยอลหรอกนะ..."


คำพูดฟังดูร้ายกาจ แต่มันไม่ได้ไปด้วยกันกับเสียงที่ฟังดูขี้เล่นของแบคฮยอนเลย


"มีแต่เวลาในชีวิตต่อจากนี้อ่ะ พอจะทดแทนได้มั้ย ?"

"พี่แบคฮยอน..."

"พี่ดูแลเรามาแค่หนึ่งปี แต่ถ้าเราจะดูแลพี่อ่ะ ต้องดูแลตลอดชีวิตเลยนะ" แบคฮยอนยิ้ม "เราจะดูแลพี่ไหวรึเปล่า ?"


ชานยอลโดนแกล้ง โดนแบคฮยอนแกล้งจนต้องแกล้งกับด้วยการกดหัวอีกคนให้จมอกไปเลย


“อื้อ !”

"ผมคิดถึงพี่นะ คิดถึงมาตลอดเลย"

"..."

"อย่าว่าแต่ไหวไม่ไหว โลกทั้งใบผมก็หาให้พี่ได้นะ พี่แบคฮยอน..."

"..."

"เหมือนที่พี่มอบโลกอีกใบให้ผม...โลกที่ทำให้ผมยิ้มได้ทุกครั้งที่คิดถึงมัน"

"ชานยอล..."

"แล้วถ้าผมจะเป็นโลกของพี่บ้าง..."


ไม่ทันที่ชานยอลจะพูดจบ แบคฮยอนเขย่งเท้าของตัวเองจนเต็มกำลังก่อนจะกระซิบที่ข้างหูน้องหนูชานยอลในวันวานที่กลายมาเป็นเด็กตัวยักษ์ของแบคฮยอนในวันนี้


"นายน่ะเป็นโลกของพี่มาตั้งนานแล้วนะ เป็นโลกที่ติดอยู่ในใจของพี่..."

"..."

"จากวันนี้ไป..ให้มันเป็นโลกของเราก็แล้วกันเนอะ"


ชานยอลกำลังยิ้มกว้าง และแบคฮยอนก็กำลังยิ้มออกมาเหมือนกัน



เรา = พี่แบคฮยอนและหนูปาร์คชานยอลนะ


แต่ตอนนี้กลายเป็นหนูแบคฮยอนของน้องชานไปแล้ว ไม่ยุติธรรมเบย

Reply · Report Post