sodaisy95

🧸🎈 · @sodaisy95

26th Nov 2017 from TwitLonger

Sehun’s question (PCY’s BD) — #ดซชานแบค


Sehun’s question


— PCY’s BD Oneshot
— สั้นมากๆแบบสั้นๆ สั้นจริงๆ
— #ดซชานแบค




ทุกคนที่เกิดมาบนโลกใบนี้ย่อมเคยตั้งคำถามกับตัวเองใช่มั้ยครับ ?


ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก เรื่องน้อย เรื่องเท่ามดเรื่องเท่าช้าง เรื่องเท่าปลาวาฬหรือเท่าดาวยูเรนัส เราก็ตั้งคำถามกันมาหมดแล้วนั่นแหละ


ทำไมเป็นสิวที่คางวะ !


หรือไม่ก็เป็น


ทำไมวันนี้โคตรร้อน พระอาทิตย์ลืมหรอวะว่านี่หน้าหนาวนะหน้าหนาว หรือว่ากูต้องแปะป้ายบอกว่าหน้าหนาวมันตั้งแต่วันไหนถึงวันไหน


ประมาณนี้


แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั่นไม่ใช่คำถามของผมหรอกครับ คำถามในชีวิตผมนั้นแสนจะเบสิค และมันเกิดขึ้นเพราะเพื่อนคนนึงของผม และคำถามที่ว่านั้นคือ


มีแฟนนั้นดีอย่างไร ?


ปาร์คชานยอลเป็นคนทำให้ผมสงสัยครับ


ผมเห็นเพื่อนบ่นกันเป็นตาสีตาสาว่าแฟนอย่างนั้นแฟนอย่างนี้ ไอ้ปาร์คชานยอลมันก็มีแฟนนะครับ แต่ไม่เคยเห็นมันบ่นให้ฟังเลยสักครั้ง พูดถึงแฟนทีไรก็ยิ้มหน้าบานแล้วก็บ่นว่าคิดถึง แฟนมันก็น่ารักนะครับ ผมก็รู้จักในระดับนึงแต่ไม่ได้สนิทกันเท่าไหร่


คำถามนั้นเลยกระเด้งกระดอนขึ้นมาในหัวผม


และมันถึงเวลาที่จะต้องหาคำตอบแล้วล่ะครับ !


“มึงจะไปหาแฟนใช่มั้ย ?”

“เออ นัดไว้ป้ายรถเมล์ ไป...”

“กูไปด้วย”

“เดี๋ยวๆ”


ชานยอลเบรกผมไว้ทันที แต่ผมไม่ยอมหรอก วันนี้มันเป็นสุดยอดฤกษ์งามยามดีที่สุดแล้ว ไม่ได้ !


“กูรู้ว่าวันนี้วันเกิดมึง”

“เออ กูก็จะไปสวีทกับแฟนมั้ย ?”

“....พูดตรงๆนะเพื่อนนะ”

“...”

“ขอเสือกชีวิตคู่มึงวันนึง ถ้ามันดีกูจะรีบหาแฟนเป็นตัวเป็นตนไม่มาออเซาะขอไปกินข้าวเป็นส่วนเกินกับมึงอีกเลย”

“มึงไม่มีอย่างอื่นทำแล้วรึไง ?”

“มีมั้ง แต่กูอยากทำอันนี้”

“ไม่”

“รายงานอาจารย์จองกูรับทำคนเดียว มึงว่างไปเลย”

“...”

“ว่างไปเที่ยวกับแฟนเลยนะ ไม่สน ?”

“แต่วันนี้วันเกิดกูนะ !”

“เถอะหน่า แบคฮยอนไม่ว่าหรอก”

“...”

“คำว่าเพื่อนแม่งยิ่งใหญ่แค่ไหนสำหรับมึงวะ ?”

“โอ้ย เออไอ้เหี้ย ไปก็ไป”


มันก็ออกมาเป็นอย่างนี้แหละครับท่านผู้ชม


แบคฮยอนขึ้นรถมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เจ้าตัวยิ้มทักทายผมรวมถึงหันไปถามชานยอลว่ามีอะไรทำไมทำหน้าแบบนั้น


“เซฮุนไปกินข้าวด้วยนะ”

“ได้เลย ชวนเพื่อนมาอีกก็ได้นะ”

“ไม่ต้อง มันคนเดียวก็พอแล้ว”

“โถ่ ชานยอลไม่หน้าบึ้งสิ อยู่กับแบคต้องยิ้มๆ”


ข้อหนึ่ง มีแฟนแล้วมีคนอ้อน มีคนเอาหัวมาถูกับไหล่แล้วทำให้ยิ้มได้


ผมจะเก็บข้อมูลตั้งแต่ตอนนี้แหละครับ รู้กันไปเลยว่ามันดียังไง แต่ไอ้ข้อหนึ่งเนี่ย...มันน่าจะเป็นอะไรส่วนตัวแบบชานยอลสไตล์รึเปล่าครับ ?


ไม่รู้ครับ ผมจะจดไปก่อน


“ชานอยากกินอะไร ?“

“ไก่ทอดมั้ย ร้านนั้นที่เคยไปกิน...”

“ได้เลย วันเกิดชานยอลเราเต็มที่“

“ก็เห็นเต็มที่ทุกวันอ่ะ ตามใจกันมากเดี๋ยวเหลิงนะเนี่ย“

“ก็แบคชอบตามใจชานอ่ะ ชานน่ารัก“


ผมจะทำ..เป็นไม่ได้ยินไปก็แล้วกันครับ


ข้อสอง มีคนคอยตามใจ


ผมเคยเห็นแต่เพื่อนมันตามใจแฟน แต่ไอ้ชานยอลมันโดนตามใจครับ ผมเพิ่งจะรู้เหมือนกันว่าแบคฮยอนตามใจมันทุกอย่าง ถึงได้ว่ามันชอบมานั่งคิดว่าวันนี้อยากกินอะไร พอผมบอกว่าถามแฟนดิมันก็บอกว่าไม่ จะคิดเอง


แฟนแม่งตามใจ น่าหมั่นไส้มากเลยครับ


“เออ เพื่อนเราบอกว่าคาเฟ่เปิดใหม่ตรงซอยหน้ามออ่ะรสชาติใช้ได้เลยนะ วันไหนว่างๆเราไปกินกันมั้ย“

“ไปดิ“

“ได้เลย มีกาแฟดำด้วยนะ ชานต้องชอบแน่ๆ“

“จำได้ ?“

“ได้สิ ไปร้านขนมกับชานยอลต้องสั่งกาแฟดำเพิ่มช็อต กับเมนูอะไรก็ได้ที่หวานน้อยๆ“

“รู้ดี“

“อ้ะแน่นอน นี่แบคฮยอนแฟนชานยอลไง“


ข้อสาม มีคนใส่ใจจำได้ว่าเราชอบกินอะไร


ดูเหมือนว่ามันจะเป็นจุดเล็กๆแต่มันก็ยิ่งใหญ่นะครับ การที่คนอื่นรู้ว่าเราชอบกินอะไรโดยที่เราไม่เคยพูดเนี่ยมันแปลได้ว่าเค้าใส่ใจกับสิ่งที่เราทำ คอยสังเกตว่ามันเป็นยังไง ชอบแบบไหน


มันน่าอิจฉาครับ นอกจากแม่แล้วก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีใครจำได้ว่าผมชอบกินอะไร ไอ้ชานยอลก็จำได้นะครับว่าผมชอบกินชานม แต่ก็เป็นเพราะผมลากมันไปซื้อบ่อยๆแล้วมันก็ถามว่าแดกอย่างอื่นไม่เป็นแล้วรึไง


เรามาถึงร้านไก่ทอดที่ไอ้ชานยอลมันอยากกินเป็นอาหารประจำวันเกิดมัน เรายืนรอโต๊ะกันอยู่หน้าร้านโดยมีแบคฮยอนคอยถามเพื่อนผมว่าเมื่อยมั้ย เหนื่อยรึเปล่า หาอะไรรองท้องก่อนมั้ย สารพัดสิ่งอย่างที่จะเอาใจได้


ข้อสี่ มีคนดูแลคอยเป็นห่วงเป็นใย


ผมคิดว่ามันเกินไปครับ ไม่เห็นต้องทำกันขนาดนี้แต่ไอ้คู่นี้มันก็ทำ


ใส่รองเท้าคู่กันด้วยนะ ทำไม ? กลัวคนไม่รู้ว่าเป็นแฟนกันรึไง ?


หรือเพราะว่าวันนี้เป็นวันเกิดไอ้ชานยอลมันครับ ? แต่ไม่รู้เหมือนกัน ผมไม่เห็นว่าเพื่อนมันจะพูดอะไร มันก็ดูใช้ชีวิตราวกับว่านี่เป็นเรื่องปกติ


ผมยืนคิดนั่นคิดนี่ถ้านอนคิดได้ก็คงทำแต่ก็ทำไม่ได้เลยได้แต่ยืน พอถึงคิวเราก็เดินเข้าไปนั่งในร้าน แบคฮยอนยิ้มให้ผมก่อนจะบอกว่าเดี๋ยวเราสั่งให้แล้วก็เริ่มต้นสั่งมหากาพย์เมนูไก่ยาวเหยียด


และทุกอย่างมันคงเป็นของที่เพื่อนผมชอบครับ


“นี่มีแพลนจะไปไหนกันต่อมั้ย ?“


ผมเอ่ยปากถามเพื่อที่จะได้รู้ว่าควรจะตามเกาะไอ้คู่นี้ไปจนถึงเมื่อไหร่


“เราจะไปดูหนังแล้วเดี๋ยวจะไปเป่าเค้กที่ห้องเราแล้ว...”

“ไม่ต้องเลยนะ...”

“ไปดูหนังด้วยได้มั้ย ?”

“ได้สิ” แบคฮยอนตอบผมในขณะที่เพื่อนของผมนั้นแทบจะขว้างกระดูกไก่ใส่กัน “ไปกินเค้กด้วยมั้ย เราทำ...”

“ไม่ต้อง !”

“ดูหนังอย่างเดียว ไปดูด้วยนะ”


ดูหนังเป็นกิจกรรมของคู่รักที่เราควรมีส่วนร่วมครับ


“ไอ้ส่วนเกิน”


ผมไม่เจ็บหรอกครับ ผมเตรียมตัวเตรียมใจมาอย่างดี


ผมมองเพื่อนผมกินไก่ไปมีคนป้อนไชเท้าดองไปแล้วมันรู้สึกอิจฉานิดๆ ผมนี่ทำด้วยสองมือของตัวเองทั้งนั้นครับ น้ำแกงอะไรไม่มีใครตักใส่ปากทั้งนั้นแหละครับ ไม่มี จะว่าไปผมก็เริ่มเห็นข้อดีของการมีแฟนลางๆ แต่ไอ้โต๊ะถัดไปข้างหลังเพื่อนผมเค้าก็มากินเป็นคู่นะครับ ผู้หญิงนี่งอนแฟนอยู่แน่ๆ


แล้วตกลงมันดีหรือไม่ดีครับ ผมล่ะสงสัยจริงๆ


“ชานยอลยื่นปากมาเร็วเดี๋ยวแบคเช็ดให้“


สะอาดหมดจดเลยครับปากเพื่อนผม เช็ดด้วยความตั้งใจเหมือนกำลังแข่งทีวีแชมป์เปี้ยน


มันอาจจะเป็นโปรโมชั่นวันเกิดครับ มันต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ


หลังจากมื้อของหวาน ไม่ครับ..มื้ออาหารกลางวันของเราผ่านไป ผมก็ติดรถเจ้าของวันเกิดและแฟนของเค้าไปดูหนัง แบคฮยอนนั้นเลือกหนังเลือกรอบตั้งแต่อยู่บนรถ ที่จริงเพื่อนของผมนั่นแหละครับที่เป็นคนเลือกว่าจะดูหนังแอคชั่นไซไฟและไม่มีใครขัดมันสักคน


เพราะแบคฮยอนนั้นตามใจแฟน


และผม...ส่วนเกินครับส่วนเกิน มิมีสิทธิออกเสียงใดๆทั้งสิ้น


และจากการไปกินไก่ การดูหนังและการซื้อป๊อปคอร์นนั้นทำให้ผมรู้ว่าเพื่อนของผมนี่มันสายเปย์ที่แท้ทรูเลยนะครับ


ข้อห้า มีคนช่วยใช้เงิน


เอ๊ะ...นี่มันข้อดีรึเปล่าครับ ? แต่สำหรับเพื่อนผมแล้วผมคิดว่ามันไม่อยากใช้เงินคนเดียว แต่ว่ามันก็ไม่อยากจะแบ่งผมหรอกครับ กับเพื่อนกับฝูงนี่เงินในกระเป๋าเป็นเลขศูนย์ตลอดไป


แต่กับแฟนมันแล้วนั้น...


“กินกล่องเดียวพอหรอ สองกล่องมั้ย ?“

“พอหน่า เดี๋ยวแบ่งเซ...”

“ไม่ต้องไปแบ่งมัน”


นั่นแหละครับ เพื่อนผมเอง


พอเราเข้าโรงหนังไปผมก็ได้รู้ว่าตัวเองนั่งข้างเพื่อนตัวสูง ไม่รู้ว่าจากจุดนี้สายตาผมจะมองเห็นอะไรบ้าง เพื่อนผมตัวใหญ่อย่างกับยักษ์บังแฟนทีไม่เห็นแม้แต่เส้นผม


จะสังเกตการณ์ต่อไปเยี่ยงไร ทำอย่างไรดีครับท่านผู้ชม


ขอโทษจริงๆนะครับ ผมคิดว่าหนังสนุกมากก็เลยคิดว่าดูหนังดีกว่า หันไปมองทีไรไอ้ชานยอลมันหันมาสกัดดาวรุ่งทุกที ไม่ส่องแล้วก็ได้ ดูหนังก็ได้วะ


ฉากแอคชั่นในหนังนั้นทำให้ผมรู้สึกสนุกมากจนลืมเป้าหมายในวันนี้


จนกระทั่งตอนที่กำลังถึงฉากต่อสู้ที่สนุกที่สุด


คือ..เวลาเรามีเพื่อนไปดูหนังเนี่ย การได้อินกับอะไรไปพร้อมกันนี่มันก็เป็นประสบการณ์ที่ดีนะครับ แต่พอผมจะหันไป...ผมก็ไม่แน่ใจว่าคิดผิด...หรือคิดถูก


ฉากแบบนี้พวกมึงจะเอาแบบนี้จริงดิ


พวกมึงจะจูบกันตอนนี้ก็ได้หรอวะ คือกูรู้ว่าคนน้อยมากแต่มึง...


กูนั่งอยู่ตรงนี้


มันก็อาจจะไม่ถึงเจ็ดวินาทีที่สองคนนั้นจูบกันแต่ผมหันไปเห็นพอดีไงครับ มันพอดีเกินไปราวกับผมเกิดมาเพื่อเห็นมันเลยครับ


บ้าชิบ...ไม่ได้อยากจะเสือกมาเห็นฉากนี้


เอาจริงๆหลังจากดูหนังเสร็จผมก็จำเป็นจะต้องแยกย้ายครับ การไปห้องแบคฮยอนต่อด้วยอาจจะทำให้ผมโดนไอ้ชานยอลตัดเพื่อนได้ และมันก็ไม่สมควรมากๆเพราะผมจินตนาการได้เป็นฉากๆเลยล่ะครับว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น


เป่าเค้ก กินซุปสาหร่าย แล้วก็กินอะไรอีกสักอย่างที่เราจะไม่พูดออกอากาศ เราจะไม่พูดกันครับ แต่ผมว่านั่นอาจจะเป็นสุดยอดของการมีแฟนก็เป็นได้


สรุปแล้วการมีแฟนนั้นดีอย่างไร ผมเองก็ยังไม่รู้ว่ามันดีตรงไหน


แต่ที่รู้ๆ


เพื่อนผมกับแฟนมันนี่รักกันสุดๆราวกับเกิดมาคู่กันเลยครับ


ปาร์คชานยอลกับบยอนแบคฮยอนเนี่ย


เกิดมาคู่กันจริงๆ




— : )



สสวก.พิชันของตะแบ้ก •3•
พิชานนั้นเป็นพระเจ้าส่วนเซฮุนนั้นเป็นของเดซี่
เซฮุนเป็นแฟนกับเดนะ จะไม่ทำให้เสียใจ

ฝากติด #ดซชานแบค ให้หน่อยนะคะ

เลิ้ป

Reply · Report Post